แถลงข่าวอุปสมบทหมู่

Spread the love

คืน 5 ถึง รุ่งเช้า 6 กุมภาพันธ์ 2566 ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี

คืน 5 ถึง รุ่งเช้า 6 กุมภาพันธ์ 2566 ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี
Spread the love

คืน 5 ถึง รุ่งเช้า 6 กุมภาพันธ์ 2566 ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี

 

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่าคืน 5 ถึงรุ่งเช้า 6 กุมภาพันธ์ 2566 ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี หรือ “ไมโครฟูลมูน” ดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏเล็กว่าปกติเล็กน้อย

คืน 5 ถึง รุ่งเช้า 6 กุมภาพันธ์ 2566 ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ กล่าวว่า วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 01:30 น. จะเกิดปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี” หรือ “ไมโครฟูลมูน” (Micro Full Moon) มีระยะห่างจากโลก 405,818 กิโลเมตร เวลาที่เหมาะสมในการสังเกตการณ์ คือช่วงเย็นวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 18:02 น. เป็นต้นไป จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏเล็กกว่าปกติเล็กน้อย

นายศุภฤกษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ดวงจันทร์โคจรรอบโลกเป็นวงรี 1 รอบ ใช้เวลาประมาณ 27.3 วัน ในแต่ละเดือนจะมีทั้งวันที่ดวงจันทร์ใกล้โลกและไกลโลก ตำแหน่งที่ดวงจันทร์ใกล้โลกที่สุด เรียกว่า เปริจี (Perigee) มีระยะห่างเฉลี่ยประมาณ 357,000 กิโลเมตร และตำแหน่งที่ดวงจันทร์ไกลโลกที่สุด เรียกว่า อะโปจี (Apogee) มีระยะห่างเฉลี่ยประมาณ 406,000 กิโลเมตร การที่ผู้คนบนโลกมองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงในคืนที่ดวงจันทร์โคจรเข้ามาใกล้หรือไกลโลกมีขนาดที่แตกต่างกัน นับเป็นเหตุการณ์ปกติที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์  

คืน 5 ถึง รุ่งเช้า 6 กุมภาพันธ์ 2566 ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี

ทั้งนี้ ขณะที่ดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งไกลโลกที่สุด หรือใกล้โลกที่สุด อาจไม่ใช่วันที่ดวงจันทร์เต็มดวงก็ได้ แต่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นวันที่ดวงจันทร์อยู่ในระยะทางที่ไกลโลกมากที่สุดและเป็นดวงจันทร์เต็มดวงพอดีนั่นเอง 

สำหรับปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี” หรือ ซูเปอร์ฟูลมูน (Super Full Moon) จะเกิดขึ้นในคืนวันที่ 30 ถึง เช้าวันที่ 31 สิงหาคม 2566 นอกจากนี้ยังเป็นดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือน หรือ บลูมูน (Blue Moon) จึงเรียกว่า “ซูเปอร์บลูมูน” (Super Blue Moon) มีระยะห่างจากโลก 357,334 กิโลเมตร  ช่วงเวลาดังกล่าวดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ที่ www.facebook.com/NARITpage   

Facebook Comments Box


Spread the love

มรภ.สงขลา ลงนาม MOU สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานฯ – 3 บริษัทเอกชน ผลิตกำลังคนสอดรับภาคอุตสาหกรรม

มรภ.สงขลา ลงนาม MOU สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานฯ - 3 บริษัทเอกชน ผลิตกำลังคนสอดรับภาคอุตสาหกรรม
Spread the love

มรภ.สงขลา ลงนาม MOU สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานฯ 3 บริษัทเอกชน
ส่งเสริมจัดการเรียนการสอนสหกิจฯ ผลิตกำลังคนสอดรับภาคอุตสาหกรรม

                คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ลงนามความร่วมมือสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานฯ พร้อม 3 บริษัทเอกชน จับมือร่วมจัดการศึกษาตามพันธกิจมหาวิทยาลัย ด้านการเรียนการสอน วิจัย บริการวิชาการสังคม มุ่งผลิตกำลังคนสอดคล้องความต้องการภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ส่งเสริมจัดการเรียนการสอนด้านสหกิจศึกษา

มรภ.สงขลา ลงนาม MOU สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานฯ - 3 บริษัทเอกชน ผลิตกำลังคนสอดรับภาคอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ลงนาม MOU สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานฯ - 3 บริษัทเอกชน ผลิตกำลังคนสอดรับภาคอุตสาหกรรม
มรภ.สงขลา ลงนาม MOU สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานฯ - 3 บริษัทเอกชน ผลิตกำลังคนสอดรับภาคอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา ลงนาม MOU สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานฯ - 3 บริษัทเอกชน ผลิตกำลังคนสอดรับภาคอุตสาหกรรม

                เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 อาจารย์พิเชษฐ์ จันทวี รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและวิทยาเขต รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวม 4 องค์กร ได้แก่ 1. สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สงขลา 2. บริษัท เซาท์เทิร์น เว็บ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด  3. บริษัท วิศวกรรมนวัตกรรมสากล จำกัด 4. บริษัท เค เอส เซาท์เทิร์น จำกัด ณ ห้องประชุม 74-206 คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มรภ.สงขลา

                การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประสานความร่วมมือในการจัดการศึกษา ตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยในด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการแก่สังคม ให้สามารถผลิตและพัฒนากำลังคนที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและสถานประกอบการ ตลอดจนส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนด้านสหกิจศึกษาและการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน (Cooperative and Work Integrated Education: CWIE) และเพื่อให้ทางคณะฯ มีข้อตกลงความร่วมมือในด้านวิชาการและภาคอุตสาหกรรม

Facebook Comments Box


Spread the love

ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ชายแดนใต้ ร่วมถก แนวทางแก้ปัญหาแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สร้างสันติสุขแดนใต้อย่างยั่งยืน

Spread the love

ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ชายแดนใต้ ร่วมถก แนวทางแก้ปัญหาแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สร้างสันติสุขแดนใต้อย่างยั่งยืน

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เส้นทางสู่การบริหารจัดการบ้านเมืองแบบร่วมคิดร่วมทำระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และประชาชน จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ห้องประชุมน้ำพราว 1 โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ในโครงการ Together ภายใต้การสนับสนุนขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้แทนจากหน่วยงานรัฐในพื้นที่ กว่า 16 หน่วยงาน ผู้แทนองค์กรภาคประชาสังคม และภาคประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อถอดบทเรียนการทำงานร่วมกัน เพื่อพัฒนา ยกระดับ และร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เป้าหมาย ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐ ภาคประชาสังคมและชุมชน เพื่อลดปัจจัยที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งแฝงและความขัดแย้งรุนแรงในประเทศ

พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวตอนหนึ่งว่า ทุกพื้นที่ล้วนมีปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหาทับซ้อนของความคิดเห็นต่าง และปัญหาทางการเมือง ซึ่งการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมระหว่างรัฐ ภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นที่ จะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาภายใต้ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนา จากข้อเสนอของฐานราก นำไปสู่การกำหนดนโยบายในการดำเนินงานของประเทศ สำหรับ ศอ.บต. ได้เปิดเวทีแสดงความเห็น และพยายามดึงภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นที่ร่วมกันคิด ร่วมกันทำเกือบทุกกิจกรรม เปิดเวทีนั่งหารือกว่า 200 เวที มีภาคประชาสังคมกว่า 180 องค์กร ร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมสื่อสาร สิ่งที่กำลังทำ ขับเคลื่อนงานของทุกองค์กรให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน มีเป้าหมายในการสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอบคุณโครงการ Together ที่มีแนวคิดในการจัดโครงการในลักษณะให้ทุกคนมีส่วนร่วม เพราะเชื่อว่า จะนำมาซึ่งข้อเท็จจริงของปัญหา และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การดำเนินงานร่วมกันคิด ร่วมกันทำ มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ส่งผลให้องค์กรภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมโครงการ Together ภายใต้ การสนับสนุนของ USAID สามารถลดและแก้ไขปัญหาในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นตัวอย่างความสำเร็จในการทำงานแบบร่วมคิดร่วมทำระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และประชาชน ซึ่งส่งผลให้เกิด การตอบสนองความต้องการของประชาชนและการแก้ไขปัญหาของประชาชนเป็นไปอย่างมีส่วนร่วมยั่งยืน และ มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดโครงการและการดำเนินแก้ไขปัญหาทั้งปัญหาฐานราก และปัญหาภายในพื้นที่

นอกจากนี้ภายในกิจกรรมยังมีการจัดเสวนา หัวข้อ การบริหารจัดการบ้านเมืองแบบร่วมคิดร่วมทำ และบทบาทของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และประชาชน โดยมีนางกนกรัตน์ เกื้อกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นายอำพล พ่วงศิริ นักวิชาการยุติธรรม สำนักงานยุติธรรม จังหวัดปัตตานี และ นางสาววรรณกนก เปาะอิแตดาโอะ สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ร่วมเวทีเสวนา เพื่อสะท้อนแสงทางการทำงานแบบร่วมคิด ร่วมทำ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

Facebook Comments Box


Spread the love

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้  จัดแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ ไตรมาส 4 ปี 2565

Spread the love

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้  จัดแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ ไตรมาส 4 ปี 2565

 

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์  2566   คุณโสภี   สงวนดีกุล  ผู้อำนวยการอาวุโส   ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้  จัดแถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินภาคใต้ ไตรมาส 4 ปี 2565 

 

        เศรษฐกิจภาคใต้ยังคงอยู่ในทิศทางขยายตัว จากภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและการจ้างงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การอุปโภคบริโภคยังขยายตัวได้ แม้จะชะลอลงบ้างจากไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงและทิศทางราคาสินค้าเกษตรที่ปรับลดลงเป็นปัจจัยกดดันการบริโภค สำหรับภาคการผลิตหดตัวตามความต้องการประเทศคู่ค้าที่ชะลอลง สอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวชะลอลง 

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 5.64 ลดลงจากไตรมาสก่อนตามราคาพลังงานและอาหารสดที่ชะลอลง

การอุปโภคบริโภค ขยายตัวชะลอลง ผลดีจากการท่องเที่ยวและจ้างงานที่ขยายตัว แต่มีปัจจัยกดดันจากราคาสินค้าเกษตรลดลงและค่าครองชีพสูง

การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวชะลอลง จากการลงทุนก่อสร้างที่ขยายตัวชะลดลงและการลงทุนในเครื่องจักที่กลับมาหดตัว

การใช้จ่ายภาครัฐ หดตัวต่อเนื่อง จากรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนที่หดตัว

การค้าผ่านด่านศุลกากร หดตัวต่อเนื่อง จากมูลค่าการส่งออกและนำเข้า ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

การท่องเที่ยว  ขยายตัวต่อเนื่อง จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทย ที่เพิ่มขึ้น

ภาคอุตสาหกรรม กลับมาหดตัว โดยเฉพาะการผลิตเพื่อส่งออก ผลจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่ขะลอลง

รายได้เกษตรกร เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากด้สนผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ด้านราคาหดตัวลงในทุกสินค้าสำคัญ

การจ้างงาน เพิ่มขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะการจ้างงานภาคบริการที่เกียวกับการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

การเงิน เงินฝากทรงตัว โดยเงินฝากประจำขยายตัว ขณที่ออมทรัพย์ชะลดลง  สินเชื่อ ชะลอลง ตามสินเชื่อธุรกิจที่ชะลอลง 

 

เตือนภัยการเงิน

 

Facebook Comments Box


Spread the love

กกท.ภาค4 ร่วมวันแชมป์เปี้ยนชิพ จัดแถลงข่าว ” WE ARE ONE ” project

กกท.ภาค4 ร่วมวันแชมป์เปี้ยนชิพ จัดแถลงข่าว " WE ARE ONE " project
Spread the love

ชาตรี ศิษย์ยอดธง ผู้บริหารวันแชมป์เปี้ยนชิพ พร้อม ผอ.พรรณภพ อุ่นเสียม ผู้อำนวยการ กกท.ภาค 4 ร่วมปลุกอาชีพมวยไทย หวังสร้างนักมวยอาชีพ
 
กกท.ภาค4 ร่วมวันแชมป์เปี้ยนชิพ จัดแถลงข่าว  " WE  ARE  ONE " project
 
               วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566   เมื่อเวลา 16.30 น.    ณ ที่ห้องประชุมอาคารที่พักนักกีฬา สนามกีฬาเมืองหลักภาคใต้ (พรุค้างคาว ) ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  นายพรรณภพ  อุ่นเสียม ผอ.กกท.ภาค 4  กล่าวต้อนรับผู้บริหารและทีมงานวันแชมป์เปี้ยนชิพ   ที่เดินทางมาเพื่อสนับสนุนนักมวยรุ่นใหม่ ให้เข้าสู่เส้นทางนักมวยอาชีพ  เพื่อฝึกมวยไทยอย่างจริงจัง  พร้อมที่จะยึดอาชีพ  สร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว 
 
               
             ส่วนคุณชาตรี  ศิษย์ยอดธง ผู้บริหารวันแชมป์เปี้ยนชิพ    ได้กล่าวความเป็นมาของตนเองให้นักมวยรุ่นใหม่และหัวหน้าค่าย  เพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างอาชีพอย่างจริงจัง   ทั้งนี้เพื่อให้นักมวยตั้งใจฝึกซ้อม 100 เปอร์เซ็นต์ อย่าท้อแท้  สิ่งที่สำคัญต้องซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น  ยึดมั่นในอาชีพนักมวย  ก็จะประสบผลสำเร็จได้  เพราะตนเองก็ยากจนมาก่อนและยึดถืออาชีพมวยไทยมาอย่างจริงจัง  จนประสบผลสำเร็จและจะสร้างนักมวยให้เป็นแบบอย่างๆตัวเองเช่นกัน    โดยจะบริจา่ค แก่ 40 ค่ายมวยทั่วประเทศ จำนวน 20 ล้านบาท  ส่วนที่ภาคใต้ มีความตั้งใจ ที่จะมอบทุนให้ จำนวน 10 ค่าย ใช้สนับสนุนค่ายมวยและนักมวย เป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท ต่อ 1 ค่าย   ได้แก่
 
1.ค่ายมวย  ส. เทียนโพธิ์  จ.กระบี่
2.ค่ายมวย สานฝันกีฬานาทวี   จ.สงขลา
3.ค่ายมวย สือจันถกบ้านมวยไทย   จ.สงขลา
4.ค่ายมวย ว. วิริยะกุล    จ.นราธิวาส
 
5.ค่ายมวย ช.สุขมายิมส์   จ.นครศรีธรรมราช
6.ค่ายมวย ป. พิฆเณศ     จ.กระบี่
 
7.ค่ายมวย ศรีพนมยิม    จ.สุราษฏร์ธานี
8.ค่ายมวย สุรสีห์มวยไทย   จ.สงขลา
 
9.ค่ายมวย ใหญ่เชยซีฟู้ด   จ.ตรัง
10.ค่ายมวย ไอ้เท่งไทย    จ.กระบี่
 
 
Facebook Comments Box


Spread the love

ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนมกราคม 2566   

ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนมกราคม 2566   
Spread the love

ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนมกราคม 2566               

                      ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของ  สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในภาคใต้ เก็บแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 420 ตัวอย่าง

                      ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนมกราคม 2566 เปรียบเทียบเดือนธันวาคม 2565 และคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า

 

รายการข้อคำถาม ธันวาคม 2565 มกราคม 2566 คาดการณ์ใน 3 เดือนข้างหน้า
เพิ่มขึ้น/ คงที่/ ลดลง/ เพิ่มขึ้น/ คงที่/ ลดลง/ เพิ่มขึ้น/ คงที่/ ลดลง/
ดีขึ้น เท่าเดิม แย่ลง ดีขึ้น เท่าเดิม แย่ลง ดีขึ้น เท่าเดิม แย่ลง
1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม 27.90 47.20 24.90 28.30 47.40 24.30 32.10 50.70 17.20
2. รายได้จากการทำงาน 27.20 45.10 27.70 27.40 45.20 27.40 33.50 49.40 17.10
3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว 28.40 47.50 24.10 28.70 46.40 24.90 34.60 45.20 20.20
4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ 26.40 46.30 27.30 27.20 45.80 27.00 32.10 46.30 21.60
5. ความสุขในการดำเนินชีวิต 26.90 48.70 24.40 27.30 48.40 24.30 30.30 48.60 21.10
6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) 26.70 46.80 26.50 26.90 47.20 25.90 34.70 51.70 13.60
7. การออมเงิน 25.80 48.60 25.60 26.10 48.90 25.00 30.40 48.90 20.70
8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ 28.90 46.50 24.60 28.70 47.80 23.50 30.10 54.60 15.30
9. การลดลงของหนี้สิน 28.10 47.40 24.50 28.50 48.60 23.90 34.20 57.20 8.60
10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 26.50 46.70 26.80 26.80 46.90 26.30 35.60 51.30 13.10
11. การแก้ปัญหายาเสพติด 27.20 42.50 30.30 27.10 43.20 29.70 33.80 48.80 17.40
12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 27.40 42.70 29.90 27.20 42.50 30.30 32.80 54.10 13.10
13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 29.80 44.70 25.50 29.70 45.60 24.70 36.80 48.60 14.60
                       

 

 ความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนพฤศจิกายน ธันวาคม 2565 และมกราคม 2566

รายการข้อคำถาม 2565 2566
พฤศจิกายน ธันวาคม มกราคม
1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม 47.10 47.80 48.10
2. รายได้จากการทำงาน 42.70 43.20 43.70
3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว 57.20 57.60 57.80
4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ 48.30 49.40 49.50
5. ความสุขในการดำเนินชีวิต 49.80 49.90 50.20
6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) 41.30 41.70 42.30
7. การออมเงิน 40.40 40.50 41.00
8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ 39.50 39.70 39.80
9. การลดลงของหนี้สิน 47.50 47.80 47.90
10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 42.90 43.10 43.40
11. การแก้ปัญหายาเสพติด 41.00 40.70 40.60
12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 35.60 35.50 35.30
13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 33.50 34.20 34.90
14. ความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม 43.70 44.30 44.60

ผศ.ดร.วิวัฒน์  จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนมกราคม 2566 (44.60) ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนธันวาคม 2565 (44.30) และเดือนพฤศจิกายน 2565 (43.70) โดยดัชนีที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ การลดลงของหนี้สิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่  การท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 กลับมามีบรรยากาศคึกคักอีกครั้งในรอบ 2 ปี ทั้งจากคนไทยที่เดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น และชาวต่างชาติเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งในช่วงปีใหม่ 2566 นี้ ประชาชนมีการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดจำนวนมาก โดยการเดินทางท่องเที่ยวมีวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวพักค้าง และการเดินทางท่องเที่ยวแบบไปเช้า-เย็นกลับ รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับบ้านเพื่อเยี่ยมญาติและมีการท่องเที่ยวระหว่างเส้นทาง  จากการท่องเที่ยวในช่วงปีใหม่ 2566 คาดว่ามีเม็ดเงินกระจายสู่ธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง คิดเป็นมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท และในเทศกาลวันปีใหม่นี้ทางหน่วยงานรัฐและเอกชนในหลายพื้นที่ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักมากขึ้นอีกครั้ง

จากแนวโน้มการท่องเที่ยวที่ดีขึ้นนั้น เป็นการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับประเทศไทย ทั้งภาคการท่องเที่ยวและบริการ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการปรับตัวในทิศทางบวกแบบค่อยเป็นค่อยไป คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 (ก่อนการระบาดของโควิด 19)  ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นได้นั้น จำเป็นต้องดีขึ้นในทุกภาคส่วน ไม่ใช่จะมองแค่เพียงภาคการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว  หากมองโดยภาพรวมของเศรษฐกิจไทย ยังมีสัญญาณของความเปราะบางที่สะท้อนให้เห็นหลายประการ เช่น สินเชื่อที่ถูกจัดชั้นว่ามีความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ยังมีการค้างชำระเป็นสัดส่วนสูงแม้จะพ้นช่วงโควิด-19 มาแล้ว ภาคการส่งออกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงมากตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว  อีกทั้ง นโยบายส่งเสริมสนับสนุนของภาครัฐก็ลดลงตามงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด หลังจากเม็ดเงินกระตุ้นพิเศษภายใต้ พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้าน และ 5 แสนล้าน ที่หมดลง นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่ยังเป็นประเด็นอยู่มาก เช่น สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ข้อพิพาทระหว่างจีน-ไต้หวัน รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองจากการเลือกตั้งในปี 2566 ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในภาคการผลิตและการลงทุนของธุรกิจ

จากการสัมภาษณ์ประชาชนภาคใต้ในหลายสาขาอาชีพ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น  แนวทางการแก้ไข และความคิดเห็นต่อมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ รวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ มีดังนี้

  1. ประชาชนมีความกังวลกับราคาสินค้าและบริการที่มีการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปีใหม่ ทำให้ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น เนื่องจากเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น ผู้ประกอบการส่วนหนึ่งจึงถือโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ  โดยให้เหตุผลว่า มีต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น  ทั้งนี้ ครัวเรือนส่วนหนึ่งมองว่าค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้เท่าเดิมหรือลดลง ส่งผลให้รายได้ไม่พอต่อค่าใช้จ่ายทำให้ต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้น  ประชาชนจึงต้องการให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจโดยภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มรากหญ้า รวมถึงประชาชนที่มีรายได้น้อย
  2. ถึงแม้ว่าภาคการท่องเที่ยวและบริการจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้รายได้ของผู้ประกอบการจำนวนมากดีขึ้น และมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างจากผู้ประกอบการที่อยู่นอกเมือง และไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว โดยส่วนหนึ่งรายได้ยังไม่ดีขึ้น ทั้งนี้ จึงเสนอแนะให้รัฐบาลควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ  โดยเฉพาะพื้นที่นอกเมืองและไม่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นในทุกพื้นที่
  3. ประชาชนส่วนหนึ่งให้ความเห็นว่า ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา มีการตั้งด่านบนถนนจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า เพื่อปกป้องและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ขับขี่บนท้องถนน แต่ประชาชนส่วนหนึ่งมองว่า การตั้งด่านส่วนใหญ่เพื่อเรียกเก็บผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งสอดคล้องกับข่าวที่มีเจ้าหน้าที่เรียกเก็บเงินจากนักท่องเที่ยว  ประชาชนจึงเสนอต่อภาครัฐให้ยกเลิกการตั้งด่าน และกำหนดให้การตั้งด่านเป็นความผิดทางกฎหมาย ผู้ใดฝ่าฝืนต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

                ผลคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และรายได้จากการทำงานจะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 32.10 และ 33.50  ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน และรายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 34.60 และ 32.10 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นด้านความสุขในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 30.30

32.80 และ 36.80 ตามลำดับ

                สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการได้รับจากภาครัฐเป็นของขวัญปีใหม่ คือ 1) เงินอุดหนุนช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย  2) โครงการคนละครึ่งเฟส 6 และ 3) การลดค่าสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ  ในส่วนของปัญหาที่ประชาชนต้องการได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ  คือ 1) การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 2) การช่วยเหลือภาระหนี้สินของประชาชนฐานราก  และ 3) การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการหาบเร่แผงลอย

 

Facebook Comments Box


Spread the love

เทศมนตรีเมืองคอหงส์ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น EHA

เทศมนตรีเมืองคอหงส์ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น EHA
Spread the love

เทศมนตรีเมืองคอหงส์ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น EHA

วันอังคารที่ 31 มกราคม 2566  นายทวีศักดิ์ ทวีรัตน์ นายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านการประเมินคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น EHA โดยได้เข้ารับเกียรติบัตร กับนายแพทย์อรรถสิทธิ์ แดงมณี นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรม) ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา

เพื่อแสดงว่า เทศบาลเมืองคอหงส์ ได้รับการรับรองคุณภาพระบบบริการอนามัยสิ่งแวดล้อม Environmental Health Accreditation : EHA ด้านการจัดการสุขาภิบาลอาหารในสถานที่จำหน่าย และสะสมอาหาร EHA 1001 ด้านการจัดการคุณภาพน้ำประปา (ผลิตโดยหน่วยงานอื่น) EHA 2002 และการจัดการมูลฝอยทั่วไป EHA 4001 ณ โรงแรมเซาท์เทอร์น แอร์พอร์ต อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เทศมนตรีเมืองคอหงส์ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น EHA เทศมนตรีเมืองคอหงส์ เข้ารับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น EHA
Facebook Comments Box


Spread the love

มรภ.สงขลา หารือ ตชด.ภาค 4 จับมือเสริมองค์ความรู้ แก้ไขปัญหาด้านเกษตร ขับเคลื่อนโครงการพระราโชบายฯ พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

มรภ.สงขลา หารือ ตชด.ภาค 4 จับมือเสริมองค์ความรู้ แก้ไขปัญหาด้านเกษตร ขับเคลื่อนโครงการพระราโชบายฯ พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
Spread the love

มรภ.สงขลา หารือ ตชด.ภาค 4 จับมือเสริมองค์ความรู้ แก้ไขปัญหาด้านเกษตร
ขับเคลื่อนโครงการพระราโชบายฯ พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

มรภ.สงขลา ผนึกกำลัง ตชด.ภาค 4 ถ่ายทอดองค์ความรู้ แก้ไขปัญหาด้านการเกษตร พร้อมเดินหน้าโครงการพระราโชบายฯ พัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการท้องถิ่น

มรภ.สงขลา หารือ ตชด.ภาค 4 จับมือเสริมองค์ความรู้ แก้ไขปัญหาด้านเกษตร
ขับเคลื่อนโครงการพระราโชบายฯ พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2566 มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) นำโดย ดร.นราวดี  บัวขวัญ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ พร้อมด้วย รศ.ดร.คริษสพลฐ์ หนูพรหม รองคณบดีรองคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและกิจการพิเศษ คณะเทคโนโลยีการเกษตร อาจารย์อภิชาติ พันชูกลาง รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา นางสาวเกศสุพร  มากสาขา หัวหน้าสำนักงานสถาบันวิจัยฯ และ นางสาวรัตนาภรณ์ กาญจนเพ็ญ ผู้ประสานงานคลินิกเทคโนโลยี เข้าพบ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์ รองผู้บัญชาการกองบังคับการตำรวจตระเวนชายเเดนภาค 4 (ตชด.) และทีมงาน เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการพัฒนาองค์ความรู้ และแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรให้แก่หน่วยงานตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมกัน

ดร.นราวดี บัวขวัญ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มรภ.สงขลา กล่าวว่า สำหรับทิศทางความร่วมมือหลังจากนี้ คือ มรภ.สงขลา จะร่วมกับ ตชด.ภาค 4 ในการวางแผนและพัฒนางานเพื่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการเกษตร ผ่านการดำเนินโครงการ/กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ของศูนย์พัฒนาอาชีพศิษย์เก่าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4 (ศอน.ภาค 4) ต.ไม้แก่น อ.จะนะ จ.สงขลา เพื่อต่อยอดและขยายผลองค์ความรู้ และนวัตกรรมด้านการเกษตรไปยังโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อการพัฒนาและขยายผลร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่ง โรงเรียน ตชด. ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ภายใต้การดำเนินงานยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ตามโครงการพระราโชบายฯ ที่ มรภ.สงขลา มีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนร่วมกันอย่างเต็มกำลัง

มรภ.สงขลา หารือ ตชด.ภาค 4 จับมือเสริมองค์ความรู้ แก้ไขปัญหาด้านเกษตร
ขับเคลื่อนโครงการพระราโชบายฯ พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

Facebook Comments Box


Spread the love

มรภ.สงขลา จัดโครงการพัฒนา Soft skills สร้างที่ปรึกษาวิศวกรสังคม ต่อยอดสู่ นศ.

มรภ.สงขลา จัดโครงการพัฒนา Soft skills สร้างที่ปรึกษาวิศวกรสังคม ต่อยอดสู่ นศ.
Spread the love

มรภ.สงขลา จัดโครงการพัฒนา Soft skills สร้างที่ปรึกษาวิศวกรสังคม ต่อยอดสู่ นศ.

                มรภ.สงขลา จัดโครงการพัฒนา Soft skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ดึงอาจารย์ เจ้าหน้าที่อบรมเสริมทักษะการเป็นที่ปรึกษาวิศวกรสังคม เตรียมพร้อมขยายผลสู่นักศึกษา ควบคู่ช่วยแก้ไขปัญหา พัฒนาท้องถิ่นในมิติต่าง ๆ

มรภ.สงขลา จัดโครงการพัฒนา Soft skills สร้างที่ปรึกษาวิศวกรสังคม ต่อยอดสู่ นศ.

รศ.ดร.ทัศนา  ศิริโชติ อธิการมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา)  กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนา Soft skills  ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม กิจกรรมที่ 2 อบรมเชิงปฏิบัติการสร้างที่ปรึกษาวิศวกรสังคม ณ ห้องประชุมชั้น อาคารศูนย์รวมกิจการนักศึกษา มรภ.สงขลา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 มกราคม 2566 ว่า มรภ.สงขลา เป็นสถาบันการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ทั้งนี้ ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 3 การยกระดับคุณภาพทางการศึกษา มหาวิทยาลัยได้กำหนด Objective การใช้กระบวนการ วิศวกรสังคม” เป็นกลไกการพัฒนา Soft skills และคุณลักษณะของนักศึกษาและบัณฑิตให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งกำหนดกลยุทธ์ไว้ ดังนี้

มรภ.สงขลา จัดโครงการพัฒนา Soft skills สร้างที่ปรึกษาวิศวกรสังคม ต่อยอดสู่ นศ. มรภ.สงขลา จัดโครงการพัฒนา Soft skills สร้างที่ปรึกษาวิศวกรสังคม ต่อยอดสู่ นศ.

              1. การใช้เครื่องมือวิศวกรสังคมให้กับนักศึกษาแกนนำ และการขยายผลโครงการวิศวกรสังคมให้กับนักศึกษา

              2. สร้างการรับรู้เกี่ยวกับวิศวกรสังคมให้แก่คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา

              3. ส่งเสริมการแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่นด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม

              4. สร้างอัตลักษณ์บัณฑิตวิศวกรสังคม คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน

              ดังนั้น การจัดโครงการในครั้งนี้จึงตอบโจทย์การยกระดับคุณภาพทางการศึกษา ในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับวิศวกรสังคมให้แก่คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา ตลอดจนส่งเสริมการแก้ไขปัญหาของชุมชนท้องถิ่นด้วยกระบวนการวิศวกรสังคมได้เป็นอย่างดี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมอบรมจะนำความรู้และทักษะที่ได้รับจากวิทยากรไปใช้ในการขยายผลโครงการวิศวกรสังคมให้แก่นักศึกษา และเป็นที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาวิศวกรสังคมในการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนท้องถิ่นต่อไป

ด้าน อาจารย์จิรภา  คงเขียว รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา กล่าวว่า มรภ.สงขลา มุ่งเน้นพัฒนาและเสริมสร้างให้บัณฑิตมีคุณลักษณะตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ใน 4 ประการ ได้แก่ 1. มีทัศนคติที่ดีและถูกต้อง 2. มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงเข้มแข็ง 3. มีงานทำ-มีอาชีพ 4. เป็นพลเมืองดีมีระเบียบวินัย อีกทั้งยังมุ่งพัฒนานักศึกษาด้าน Soft skills ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม เพื่อให้เกิดคุณลักษณะและทักษะสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

1. นักคิด ทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุ-ผล (Cause-Effect) เห็นปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย

2. นักสื่อสาร ทักษะการสื่อสารองค์ความรู้เพื่อแก้ปัญหา

3. นักประสานงาน ทักษะในการทำงานร่วมกับผู้อื่นโดยปราศจากข้อขัดแย้ง

4. นวัตกร ทักษะการสร้างนวัตกรรมแก้ปัญหาบนฐานข้อมูลชุมชน

กองพัฒนานักศึกษา มรภ.สงขลา จึงได้จัดอบรมให้กับบุคลากรของมหาวิทยาลัย เพื่อให้มีความรู้และทักษะการเป็นที่ปรึกษาวิศวกรสังคมให้แก่นักศึกษาวิศวกรสังคม สำหรับแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในมิติต่าง ๆ และสร้างกลไกการพัฒนา Soft skills ให้กับนักศึกษาด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม โดยมีกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการเป็นเป็นคณาจารย์และเจ้าหน้าที่จากคณะต่าง ๆ รวม 116 คน และได้รับเกียรติสนับสนุนวิทยากรจากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ซึ่งมาบรรยายและฝึกปฏิบัติการใน 4 หัวข้อ ได้แก่ ความเป็นมาและความสำคัญของมหาวิทยาลัยราชภัฏกับวิศวกรสังคม การปรับเปลี่ยน Mindset เพื่อการเป็นโค้ชวิศวกรสังคม ทักษะ Soft skills ด้วยเครื่องมือวิศวกรสังคมในแต่ละเครื่องมือ และ แนวทางการขับเคลื่อนวิศวกรสังคมของ มรภ.สงขลา

Facebook Comments Box


Spread the love

นาวาอากาศโท รณกร  เฉลิมแสนยากร (ผหญ.) สนับสนุนซื้อดอกป๊อปปี้ จากสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ กองบิน 56

นาวาอากาศโท รณกร  เฉลิมแสนยากร (ผหญ.) สนับสนุนซื้อดอกป๊อปปี้ จากสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ กองบิน 56
Spread the love

วันจันทร์ที่ 30 มกราคม 2566 ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) โดยนาวาอากาศโท รณกร  เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ผหญ.) พร้อมผู้บริหารท่าอากาศยานหาดใหญ่ ร่วมรับมอบดอกป๊อปปี้สัญลักษณ์วันทหารผ่านศึก ซึ่ง ทหญ. สนับสนุนซื้อดอกป๊อปปี้ จากสมาคมแม่บ้านทหารอากาศ กองบิน 56 เพื่อนำรายได้สมทบทุนในการช่วยเหลือทหารผ่านศึก รวมถึง ทหาร ตำรวจ พลเรือน และอาสาสมัครในกองทุนมูลนิธิสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ณ อาคารสำนักงาน ท่าอากาศยานหาดใหญ่
**********************
ส่วนกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์
ท่าอากาศยานหาดใหญ่
Facebook Comments Box


Spread the love
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ณ หน้าลานพระนอน วัดมหัตตมังคลลราม (วัดหาดใหญ่ใน) ดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ พร้อมด้วยพระปลัด พลกฤต กลฺยาณธมฺโม ดร. เจ้าคณะตำบลหาดใหญ่ เขต 1 ร่วมแถลงข่าวโครงการอุปสมบทหมู่พระภิกษุ 151 รูป เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนทั่วไป ที่เข้าร่วมอุปสมบท ได้ร่วมกันบำเพ็ญปฏิบัติถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-15 ธันวาคม 2559 ณ วัดมหัตตมังคลลราม (วัดหาดใหญ่ใน) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดยในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 เวลา 13.00 น. มีพิธีบวชนาค และในวันที่ 1 ธันวาคม 2559 เวลา 13.00 น.มีพิธีอุปสมบท

แถลงข่าว
แถลงข่าว

img_6809

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts