แถลงข่าวอุปสมบทหมู่

Spread the love

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ส่งมอบบ้านครัวเรือนยากจน

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ส่งมอบบ้านครัวเรือนยากจน
Spread the love

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ส่งมอบบ้านครัวเรือนยากจนตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ฯ ในพื้นที่อำเภอเทพา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ส่งมอบบ้านครัวเรือนยากจน

        วันนี้ (24 พ.ค. 65) เวลา 10.30 น. ที่บ้านเลขที่ 100/9 หมู่ที่ 7 ตำบลเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นางดาเรศ จิตรัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ร่วมส่งมอบบ้านครัวเรือนยากจนตามโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่ครอบครัวนางแวสะปีเยาะ ดามีแล ซึ่งเป็นครัวเรือนหนึ่งที่มีปัญหาในด้านที่อยู่อาศัย เพื่อให้สามารถมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีนายสิทธิชัย เทพภูษา นายอำเภอเทพา พันโท ธนรัฐ ลำจวน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15 พันเอก ปัญญาพล สุรทิณฑ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจสงขลา นางอรุณลักษณ์ สังข์ด้วงยาง ผู้แทนพัฒนาการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมมอบสิ่งของอุปโภคบริโภค และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ส่งมอบบ้านครัวเรือนยากจน

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า โครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นโครงการหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ซึ่งมีนโยบายในการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย และตามข้อสั่งการของนายประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จะให้การช่วยเหลือครัวเรือนยากจนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 กันยายน พ.ศ. 2565 มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาแบบพุ่งเป้าหรือตัดเสื้อให้พอดีตัว โดยใช้ข้อมูลจากระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า TPMAP

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ส่งมอบบ้านครัวเรือนยากจน

ซึ่งจังหวัดสงขลา ได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้าน สุขภาพ ความเป็นอยู่ รายได้ การศึกษา การเข้าถึงบริการของรัฐ และปัญหาอื่น ๆ รวมทั้งการค้นหาครัวเรือนตกหล่น โดยใช้กลไกของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทีมปฏิบัติการตำบล ทีมพี่เลี้ยงในการร่วมกันแก้ไขปัญหาให้ครัวเรือนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถขจัดความยากจนและพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน

สำหรับครอบครัวของนางแวสะปีเยาะ  ดามีแล อายุ 59 ปี มีสมาชิกในครอบครัวอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันจำนวน 3 คน เป็นบุตรสาวและบุตรชายที่มีอาการพิการทางสมอง สภาพบ้านเดิมมีสภาพทรุดโทรม ชำรุด เสาไม้ไม่มั่นคงแข็งแรง ไม่มีความปลอดภัยต่อการดำเนินชีวิต ประกอบกับความเป็นอยู่ยากลำบาก ทางอำเภอเทพา ร่วมกับ พัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา เครือข่ายพัฒนาเทพายั่งยืน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในการสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่าย จำนวน 80,000 บาท ดำเนินการก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับนางแวสะปีเยาะ ให้มั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัย เหมาะสมแก่การอยู่อาศัยและมีห้องน้ำถูกสุขลักษณะ

โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กล่าวขอบทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ได้ร่วมแรงร่วมใจในการขับเคลื่อนและทำงานในการแก้ไขปัญหา และร่วมกันสร้างบ้านหลังนี้จนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันทำงานและช่วยกันพัฒนาเพื่อที่จะขจัดยากจนให้หมดไป

ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว-ภาพ  สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

 

Facebook Comments Box


Spread the love

ไทยเวียตเจ็ทมอบสิทธิพิเศษ 2 ต่อ ซื้อตั๋วโปรฯ ราคาพิเศษ รับเหรียญฟันคอยน์คูณสอง  

ไทยเวียตเจ็ทมอบสิทธิพิเศษ 2 ต่อ ซื้อตั๋วโปรฯ ราคาพิเศษ รับเหรียญฟันคอยน์คูณสอง  
Spread the love

ไทยเวียตเจ็ทมอบสิทธิพิเศษ 2 ต่อ ซื้อตั๋วโปรฯ ราคาพิเศษ รับเหรียญฟันคอยน์คูณสอง  

   (กรุงเทพฯ, 23 พฤษภาคม 2565)  สายการบินไทยเวียตเจ็ทมอบสิทธิพิเศษแก่ผู้โดยสารที่เป็นสมาชิกฟันคอยน์ด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ดับเบิ้ลคอยน์ ดับเบิ้ลฟัน (Double Coin Double Fun) เสนอบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 599 บาท (ราคารวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำหรับเดินทางบนเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ ภูเก็ต อุดรธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ รวมทั้งบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นเพียง 1,625 บาท (ราคารวมภาษีและค่าธรรมเนี่ยม) สำหรับเดินทางบนเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)  สู่ เวียดนาม พนมเปญ สิงคโปร์ และฟุกุโอกะ ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 เดินทางได้ระหว่างวันที่ 23 พฤษภาคม  30 กันยายน 2565 (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ที่www.vietjetair.com  

ไทยเวียตเจ็ทมอบสิทธิพิเศษ 2 ต่อ ซื้อตั๋วโปรฯ ราคาพิเศษ รับเหรียญฟันคอยน์คูณสอง  

รับสิทธิพิเศษไปอีกขั้น สายการบินฯ แจกเหรียญฟันคอยน์ 2 เท่า สำหรับสมาชิกฟันคอยน์ผู้สำรองบัตรโดยสารในช่วงโปรโมชั่นผ่านเว็บไซต์ www.vietjetair.com โดยทุก ๆ ยอดซื้อ 10 บาท สมาชิกจะได้รับเหรียญฟันคอยน์ 2 เหรียญ (จากปกติ 1 เหรียญ) ผู้โดยสารสามารถสมัครสมาชิกฟันคอยน์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมายได้ที่ www.vietjetair.com  

บัตรโดยสารราคาโปรโมชั่นนี้สามารถใช้เดินทางได้กับเส้นทางบินภายในประเทศจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ ภูเก็ต อุดรธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ รวมทั้งเส้นทางบินระหว่างประเทศจากประเทศไทย สู่ เวียดนาม พนมเปญ สิงคโปร์ และฟุกุโอกะ  ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารราคาพิเศษนี้ได้ที่เว็บไซต์ www.vietjetair.comแอพพลิเคชัน“Vietjet Air” หรือผ่านช่องทางเฟซบุ๊กที่ www.facebook.com/VietJetThailand (คลิกที่แถบ “จองเลย”) รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายหรือสำนักงานจำหน่ายบัตรโดยสาร พร้อมกันนี้ผู้โดยสารสามารถชำระเงินด้วย “ทรูมันนี่ วอลเล็ท” และบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต  

 

สายการบินไทยเวียตเจ็ทมุ่งมั่นเป็นผู้นำตลาดการบินภายในประเทศ พร้อมให้บริการผู้โดยสารด้วยความปลอดภัยในระดับสูงสุดระหว่างการเดินทางในช่วงการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 โดยดำเนินมาตรการทำความสะอาดและฆ่าอบเชื้อภายในอากาศยานอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้โดยสารและพนักงานทุกคน 

Facebook Comments Box


Spread the love

นิพนธ์ ชง สงขลาสู่เมืองมรดกโลก หวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

นิพนธ์ ชง สงขลาสู่เมืองมรดกโลก หวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
Spread the love

นิพนธ์ ชง สงขลาสู่เมืองมรดกโลก หวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างชุมชนเข้มแข็ง อยู่ร่วมสังคมอย่างยั่งยืน

นิพนธ์ ชง สงขลาสู่เมืองมรดกโลก หวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ที่ห้องประชุมราชสีห์ ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
กล่าวต้อนรับและร่วมประชุม คณะ Songkhla Upstream เป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งนำโดยนางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รองผวจ.สงขลา/ปธ.โครงการฯ, Prof.Johannes Widodo ICOMOS Paris , Mr.Ducan Marshall ICOMOS Paris ,รศ.ชูวิทย์ สุจฉายา สกสว. สถาบันอาศรมศิลป์ ,ดร.วสุ โปษยะนันทน์ กรมศิลปากร และ ICOMOS Thailand ,ผอ.พงศ์ธันว์ สำเภาเงิน สนง.ศิลปากรที่ 11 ฯลฯ เข้าร่วมประชุม

นิพนธ์ ชง สงขลาสู่เมืองมรดกโลก หวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ทั้งนี้ เมื่อปีพ.ศ.2559 ครั้งนายนิพนธ์ บุญญามณี ดำรงตำแหน่งนายกอบจ.สงขลา ได้สนับสนุนงบประมาณ 5 ล้านบาทให้แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัยจัดทำแผนแม่บทเพื่อนำสงขลาสู่เมืองมรดกโลกเพื่อพัฒนาเมืองเก่าสงขลาและพื้นที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งครอบคลุมเมืองเก่าสงขลาในเขตเทศบาลนครสงขลา เมืองเก่าสงขลาฝั่งหัวเขาแดง ทะเลลาบสงขลา และพื้นที่อื่นที่มีความเกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับภูมิภาค
การท่องเที่ยวให้มีความสมดุลในมิติทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ และสร้างชุมชนที่เข้มแข็งอันจะนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน และศูนย์มรดกโลก (UNESCO) ได้จัดทำโครงการ Upsteam Process เพื่อเปิดโอกาสให้แหล่งที่มีโครงการที่จะเสนอเป็นมรดกโลกสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

นิพนธ์ ชง สงขลาสู่เมืองมรดกโลก หวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นิพนธ์ ชง สงขลาสู่เมืองมรดกโลก หวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

นายนิพนธ์ เปิดเผยว่า การเข้าร่วมโครงการ Upstream Process ของศูนย์มรดกโลก (UNESCO)จะเป็นแนวทางเพื่อเตรียมการเข้าสู่การขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลก โดยต้องมีการจัดทำเอกสารในการนำเสนอบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) และเอกสารนำเสนอฉบับสมบูรณ์(Nomination Dossier)
และประสานความร่วมมือกันขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภาคีเครือข่ายชุมชน รวมถึงภาคเอกชน เช่น ปตท.สผ. ยังได้ให้การสนับสนุนอีกด้วย โดยคณะที่เดินทางมาในวันนี้จะได้เข้ามาช่วยให้คำแนะนำและตรวจความพร้อมด้านกายภาพของเมืองเบื้องต้นเพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ในที่สุด

นิพนธ์ ชง สงขลาสู่เมืองมรดกโลก หวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นิพนธ์ ชง สงขลาสู่เมืองมรดกโลก หวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นิพนธ์ ชง สงขลาสู่เมืองมรดกโลก หวัง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

Facebook Comments Box


Spread the love

มรภ.สงขลา เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร 

มรภ.สงขลา เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร 
Spread the love

มรภ.สงขลา เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร 

รางวัลความถูกต้องเรียบร้อย/การอ่านจังหวะสม่ำเสมอ รางวัลชมเชย

มรภ.สงขลา เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร 

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่ชนะเลิศการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2559-2560 เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานถ้วยรางวัล ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังสวนดุสิต กรุงเทพมหานคร

มรภ.สงขลา เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร 

ในการนี้ รศ.ดร.ทัศนา ศิริโชติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลความถูกต้องเรียบร้อย/การอ่านจังหวะสม่ำเสมอ รางวัลชมเชย ของกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคใต้ (ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคม 2563) โดยพิจารณาจากการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นไปด้วยความถูกต้อง เรียบร้อย รวดเร็ว และมีจังหวะการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรที่เหมาะสมและสวยงาม ซึ่งการได้รับพระราชทานรางวัลในครั้งนี้ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

Facebook Comments Box


Spread the love

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ต้อนรับ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ต้อนรับ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย
Spread the love

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ต้อนรับ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย พร้อมพระชายา นำคณะผู้ติดตามและครอบครัว เดินทางมาเข้าท่องเที่ยวเมืองหาดใหญ่ และเยี่ยมชมจับจ่ายซื้อสินค้าหลังจากเปิดพรมแดนระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย กระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ต้อนรับ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

วันนี้ 21 พฤษภาคม 2565  พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ พร้อมด้วยนายอาหมัด เบ็ญอาหลี รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ นายมานพ เพ็งชุม เลขานุการนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลนครหาดใหญ่ ร่วมให้การต้อนรับ มกุฎราชกุมาร เชด ไฟซุดดีน ปูตรา (DYTM Tuanku Syed Faizuddin Putra (Raja Muda Perlis/The Crown Prince of Perlis) และ พระชายา ฮัจญะห์ ลัยลาตุล ชะห์รีน อากาชะห์ กาลิน (DYTM Tuanku HaJJah Lailatul Shahreen Akashah Khalil (Raja Puan Muda Perlis/The Crown Princess of Perlis) รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซียและคณะผู้ติดตาม จำนวนกว่า 40 ท่าน ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในโอกาสที่เดินทางมาเชื่อมการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ เข้ามาท่องเที่ยวเยี่ยมชมสภาพเศรษฐกิจและจับจ่ายซื้อสินค้าในตัวเมืองหาดใหญ่ พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในหาดใหญ่

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ต้อนรับ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ต้อนรับ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

โดย SAC DATO’ Surina saad Chief police officer of perlis (ผู้บัญชาการตำรวจแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย) กล่าวว่า จากการที่เปิดรับนักท่องเที่ยวบริเวณด่านพรมแดนสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2565 มีนักท่องเที่ยวมาเลเซีย เดินทางด่านพรมแดนสะเดาเป็นไปด้วยความคึกคัก หลังจากที่ด่านพรมแดนสะเดาต้องปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทยนานกว่า 2 ปี เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้าน มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย พร้อมพระชายา จะเดินทางเข้ามาประเทศไทยเป็นประจำ ปีละ 2-3 ครั้ง เพื่อมาร่วมกิจกรรมต่างๆที่ทั้ง 2 ประเทศร่วมจัดขึ้น ตั้งแต่เริ่มเปิดด่านพรมแดนทั้งมกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย พร้อมพระชายา ก็ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนชาวสตูลเพื่อแจกสิ่งของในช่วงเดือนรอมฎอน เยี่ยมเยียนชาวสงขลาทางด่านวังประจันและทางด่านสะเดา เพื่อดูสภาพเศรษฐกิจและการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน ช่วงหลังการเปิดด่านพรมแดนและภาวะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ลดลง เฉพาะเดือนพฤษภาคมนี้มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่ผ่านด่านเป็นจำนวนมาก เช่น นักท่องเที่ยวแบบบิ๊กไบด์ นักท่องเที่ยวที่นำรถยนต์แบบครอบครัวส่วนตัวเข้ามาพอสมควร

นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ต้อนรับ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ต้อนรับ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย

พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า ชาวหาดใหญ่พร้อมให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและทุกๆประเทศที่จะเข้ามาท่องเที่ยว และพร้อมที่จะดูแลนักท่องเที่ยวทุกคน โดยเฉพาะร้านค้า โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ พร้อมต้อนรับและให้ความสะดวกสบายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งรอให้รัฐบาล และ ศบค. เปิดเมืองอย่างเป็นทางการเต็มระบบซึ่งจะทำให้เกิดความคึกคักมากยิ่งขึ้น และทางด้านมกุฎราชกุมารแห่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ก็พร้อมที่จะเชิญชวนชาวมาเลเซียที่อยากจะมาเที่ยวในประเทศไทยให้มากขึ้น ประทับใจในการต้อนรับและชื่นชมประเทศไทยที่มีการเริ่มฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น พี่น้องประชาชนมีความตื่นตัวในการประกอบการต่างๆ พร้อมกันนี้ขอฝากให้ผู้ประกอบการต่างๆ ทั้ง ห้างร้าน โรงแรมให้ความร่วมมือกับทางราชการ อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ให้เหมือนในอดีตที่ผ่านมาก่อนที่จะมีวิกฤตการณ์โควิด-19 ด้วย

Facebook Comments Box


Spread the love

คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน

คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน
Spread the love

คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน

            คณะครุศาสตร์ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกปฏิบัติการสอน มุ่งส่งเสริมความเป็นครู ควบคู่ปลูกฝังแนวปฏิบัติที่ดี

             คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) จัดปฐมนิเทศนักศึกษานักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 4 ปี) ชั้นปีที่ 1-4 ณ   หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ มรภ.สงขลา โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.ทัศนา ศิริโชติ อธิการบดี มรภ.สงขลา เป็นประธานในพิธีเปิด เพื่อเตรียมความพร้อมและแนวปฏิบัติที่ดีก่อนออกปฏิบัติการสอน จำนวน รุ่น ในระหว่างวันที่ 5-6 และ 18-19 พฤษภาคม 2565

คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน

ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้มุ่งหวังให้นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต ได้รับความรู้เกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีของนักศึกษาปฏิบัติการสอน ตลอดจนส่งเสริมความเป็นครู

คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน

                ภายในงานมีการบรรยายพิเศษ คณบดีพบลูก ๆ นักศึกษา โดย ผศ.ดร.ศรุติพงศ์ ภูวัชร์วรานนท์ คณบดีคณะครุศาสตร์ การบรรยายเรื่อง การปฐมนิเทศกระบวนการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 (หลักสูตร 4 ปี)” วิทยากรโดย อาจารย์วรรณี กองพิธี รองคณบดีฝ่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ การบรรยายเรื่อง บุคลิกภาพและการวางตนของครูฝึกสอน” วิทยากรโดย ผศ.อดุลย์ หวังจิ อาจารย์ ดร.มนตรี เด่นดวง การตรวจบุคลิกภาพ ความพร้อมก่อนออกฝึกฯ (รายกลุ่มห้องเรียนเป็นรายบุคคล) โดยคณาจารย์ผู้รับผิดชอบ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ หลักสูตร ปี ของคุรุสภา ที่กำหนดให้นักศึกษาครูต้องมีชั่วโมงฝึกปฏิบัติวิชาชีพระหว่างเรียนและการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ ไม่น้อยกว่า 540 ชั่วโมง

คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน คณะครุฯ มรภ.สงขลา ปฐมนิเทศเตรียมความพร้อมนศ.ครู หลักสูตร 4 ปี ก่อนออกฝึกสอน

Facebook Comments Box


Spread the love

สดร. ชวนส่งผลงานร่วมประกวดภาพถ่ายหัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์” ประจำปี 2565

สดร. ชวนส่งผลงานร่วมประกวดภาพถ่ายหัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์” ประจำปี 2565
Spread the love

สดร. ชวนส่งผลงานร่วมประกวดภาพถ่ายหัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์” ประจำปี 2565­

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ชวนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดความรู้ดาราศาสตร์ผ่านการประกวดภาพถ่ายแห่งปี ในหัวข้อ “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์” ประจำปี 2565 ชิงโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัล มูลค่ารวมกว่า 160,000 บาท สมัครและส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ – 22 กรกฎาคม 2565

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ สดร.และในนามคณะกรรมการจัดการประกวด กล่าวว่า กิจกรรมประกวดภาพถ่าย “มหัศจรรย์ภาพถ่ายดาราศาสตร์” จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 15 เป็นเวทีที่เปิดให้นักดาราศาสตร์สมัครเล่นและผู้รักการถ่ายภาพจากทั่วประเทศได้มาแสดงฝีมือโดยใช้ดาราศาสตร์เป็นโจทย์ ผู้ชนะจะได้รับรางวัลเงินสดรวมกว่า 160,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ อีกทั้งยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ผ่านภาพถ่ายของตน โดยภาพที่ได้รับรางวัลจะได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายดาราศาสตร์ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2565 และจะได้ตีพิมพ์ลงปฏิทินดาราศาสตร์ประจำปี 2566 อีกด้วย

สำหรับกติกาการแข่งขัน ผู้เข้าร่วมสามารถส่งภาพได้ไม่จำกัดประเภทและไม่จำกัดจำนวน แบ่งประเภทการประกวดภาพถ่ายดาราศาสตร์ เป็น 5 ประเภท ประกอบด้วย

(1) วัตถุในห้วงอวกาศลึก  เช่น กาแล็กซี เนบิวลา กระจุกดาว

(2) ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ เช่น ปรากฏการณ์สุริยุปราคา จันทรุปราคา ฝนดาวตก

(3) วัตถุในระบบสุริยะ เช่น ดาวเคราะห์ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวหาง
(4) วิวธรรมชาติกับดาราศาสตร์ เป็นภาพถ่ายที่ประกอบด้วยวัตถุท้องฟ้ากับวัตถุบนพื้นโลก เช่น ทางช้างเผือกกับวิวธรรมชาติ แสงจักรราศี เส้นแสงดาว

(5) ปรากฏการณ์ที่เกิดในบรรยากาศของโลก ได้แก่ ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับลมฟ้าอากาศ เช่น รุ้งกินน้ำ ฟ้าผ่า ดวงอาทิตย์ทรงกลด ดวงจันทร์ทรงกลด รวมถึงปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้ยาก เช่น เสาแสง บลูเจ็ท วงแสงรุ้งกลอรี เป็นต้น

จึงขอเชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ตั้งแต่บัดนี้ – 22 กรกฎาคม 2565 (รับเฉพาะผลงานภาพถ่ายในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น) สมัครทางออนไลน์ที่ https://apps.narit.or.th ­สอบถามเพิ่มเติมโทร. 053-121268-9 ต่อ 305 (ในวัน-เวลาราชการ) นายศุภฤกษ์ กล่าวปิดท้าย

 

 

 

Facebook Comments Box


Spread the love

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม
Spread the love

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม(Stop Fake, Spread Facts)

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม
สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ จัดกิจกรรมเชิงวิชาการประชุมระดมความคิดเห็น ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565  เวลา 09.00น. ณ โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร่วมกับผู้แทนภาคสื่อมวลชน และผู้แทนภาคประชาชนทุกเจนเนอเรชั่น ถือว่าเป็นกิจกรรมแรกในการสร้างเครือข่ายและร่วมกันหาแนวทางการรณรงค์ด้านข่าวปลอมซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ดำเนินกิจกรรมด้วยทีมนักวิชาการ นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรัญญ์ทิตา ชนะชัยภูวพัฒน์ หัวหน้าโครงการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิทักษ์ศักดิ์ ทิศาภาคย์ และอาจารย์สุดถนอม รอดสว่าง โดยได้รับความร่วมมือจากผู้แทนทุกภาคส่วนในจังหวัดเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) มีวัตถุประสงค์เพื่อ

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม

1) กระตุ้นให้สังคมตระหนักรู้ในปัญหาข่าวปลอมที่เป็น Soft Crisis ซึ่งมีผลกระทบต่อระบบความคิด (Mindset) และพฤติกรรมการแสดงออกเชิงลบ

2) สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการรณรงค์กับภาคสื่อและภาคประชาชนทั่วประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ประสานความร่วมมือ (Collaborative Strategy) กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมสื่อสาร แพร่กระจายข่าวสาร ข้อเท็จจริงเชิงสร้างสรรค์ ลดข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ โดยเริ่มจากการวิจัยวิเคราะห์สภาพปัญหาทั้งในและต่างประเทศ และการจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อศึกษาแนวทางในการกำกับดูแล และกลไกการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม  จากนั้นนำผลการศึกษามาสังเคราะห์เป็นคู่มือสำหรับภาคสื่อและภาคประชาชน และนำแนวคิดที่ได้มาสร้างสรรค์เป็นภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารควบคู่กับกิจกรรมการรณรงค์ที่ใช้ชื่องานว่า “Fact-Story Festival” ที่จะจัดให้กับสื่อและประชาชนผู้รับสารในจังหวัดที่เป็นตัวแทนของทุกภูมิภาค โดยโครงการนี้มีระยะเวลา 18 เดือน

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม
เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการรณรงค์ปัญหาข่าวปลอมให้ความรู้กับประชาชนและสื่อมวลชน ในเรื่องข่าวปลอม การรู้เท่าทันสื่อ กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันในหลายๆ องค์กรทุกภาคส่วน มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้กับประชาชนทุกระดับตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ในเรื่องข่าวปลอม การรู้เท่าทันสื่อ ที่มีในหลายช่องทางโดยเฉพาะโลกออนไลน์ รวมถึงสื่อมวลชนเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเรื่องของการกรองข้อมูลที่นำเสนอแก่ผู้บริโภค

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม
บรรยากาศโครงการรณรงค์ สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม ภายใต้ชื่อ Stop Fake, Spread Facts จัดกิจกรรมการประชุมระดมความคิดเห็น ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ณ โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ดำเนินโครงการโดยสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ด้วยทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ให้ความรู้กับประชาชนและสื่อมวลชน ในเรื่องข่าวปลอม การรู้เท่าทันสื่อ กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันในหลายๆ องค์กรทุกภาคส่วน

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม
มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ความรู้กับประชาชนทุกระดับตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ ในเรื่องข่าวปลอม การรู้เท่าทันสื่อ ที่มีในหลายช่องทางโดยเฉพาะโลกออนไลน์ รวมถึงสื่อมวลชนเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเรื่องของการกรองข้อมูลที่นำเสนอแก่ผู้บริโภค

สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ เริ่มขับเคลื่อนโครงการรณรงค์สร้างความรู้เพื่อยับยั้งและรู้เท่าทันข่าวปลอม

Facebook Comments Box


Spread the love

เทศบาลนครสงขลาตอบข้อสงสัย 5 ประเด็น เหตุยกเลิกเอกชนให้บริการเช่าเบาะรองนั่งริมหาดชลาทัศน์

เทศบาลนครสงขลาตอบข้อสงสัย 5 ประเด็น เหตุยกเลิกเอกชนให้บริการเช่าเบาะรองนั่งริมหาดชลาทัศน์
Spread the love

เทศบาลนครสงขลาตอบข้อสงสัย 5 ประเด็น เหตุยกเลิกเอกชนให้บริการเช่าเบาะรองนั่งริมหาดชลาทัศน์
 
นายนิคม  จันพุ่ม รองนายกเทศมนตรีนครสงขลา ได้ชี้แจงหลังจากที่สังคมได้แสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กรณีที่เทศบาลนครสงขลาได้ออกประกาศ ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ชายหาดสมิหลาและหาดชลาทัศน์ในการจัดหาประโยชน์ใด ๆ เช่น ให้เช่าเบาะรองนั่งริมทะเล ฯลฯ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก จึงขอชี้แจงเป็นรายประเด็นเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ ดังนี้
 
เทศบาลนครสงขลาตอบข้อสงสัย 5 ประเด็น เหตุยกเลิกเอกชนให้บริการเช่าเบาะรองนั่งริมหาดชลาทัศน์
 
👉ประเด็นที่ 1 ชายหาดชลาทัศน์ เป็นชายหาดที่มีศักยภาพมากมายในการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการนั่งพักผ่อน เล่นกีฬา เล่นน้ำ และกิจกรรมนันทนาการอื่น ๆ ซึ่งประชาชนทุกคนสามารถมารับบริการได้ กรณีการให้เช่าเบาะรองนั่งริมทะเล ผู้บริหารได้เล็งเห็นมิติครบถ้วนทุกประเด็น จึงได้อนุญาตเป็นการชั่วคราว แต่กำหนดเงื่อนไขเรื่องของเวลาในการให้บริการ และลักษณะอื่น ๆ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ปรากฏว่าในช่วงเวลาหนึ่งเดือน จากมีผู้ประกอบการหนึ่งราย เพิ่มขึ้นเป็นสามราย และมีพฤติการณ์จะขยายจุดให้บริการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดชายหาด จึงจำเป็นต้องออกประกาศเพื่อวางแผนการจัดระเบียบ ไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้
👉ประเด็นที่ 2 เทศบาลนครสงขลา ได้รับการร้องเรียนว่าผู้ประกอบการให้เช่าเบาะรองนั่งริมทะเล ให้บริการจนถึงเช้า มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลก์ และแอบลักลอบก่อไฟในบริเวณชายหาด หากไม่เร่งดำเนินการจัดระเบียบให้ทันการเกรงว่าจะยิ่งเสียหาย และสอดคล้องกับสำนวนไทยที่ว่า…”วัวหายล้อมคอก”
👉ประเด็นที่ 3 สังคมกังวลว่า เทศบาลสั่งหยุดให้บริการ เพื่อเปิดโอกาสเอื้อให้บุคลากร ครอบครัว หรือพรรคพวกของตัวเองมาหาประโยชน์แทนหรือไม่ ?
ตอบว่า…เทศบาลนครสงขลาไม่มีนโยบายในลักษณะดังกล่าว ที่จะเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องของตัวเองและพร้อมดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด หากมีการหาประโยชน์จากเรื่องนี้ ขอยืนยัน!!
👉ประเด็นที่ 4 จากกรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก เทศบาลนครสงขลามีท่าทีจะยกเลิกประกาศดังกล่าวหรือไม่ ?
ตอบว่า เทศบาลนครสงขลาจะไม่ยกเลิกประกาศดังกล่าว จนกว่าจะมีการวางแผนในการควบคุมการให้บริการ ว่าอะไรทำได้ อะไรที่ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราการให้บริการ การจัดการขยะ ระยะเวลาในการให้บริการ ฯลฯ เพราะเป้าหมายของเทศบาลฯ ไม่ได้หวังผลกำไรหรือคิดแต่จัดเก็บรายได้เท่านั้น ต้องทำความเข้าใจว่าชายหาดเป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่เป็นพื้นที่ของบุคลคลใดบุคคลหนึ่ง
👉ประเด็นที่ 5 เทศบาลนครสงขลา จะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร ?
เทศบาลนครสงขลา จะดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ตามแผนที่วางไว้ แล้วออกแบบมาตรการที่เกี่ยวข้องจนแล้วเสร็จ จัดเวทีประชาคมรับฟังความคิดเห็น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้น ประชาชนชาวนครสงขลาจึงต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่อาศัยอำนาจบริหารเพียงเท่านั้น
📌ขอให้พี่น้องประชาชนชาวนครสงขลา มีความมั่นใจในการบริหารของเทศบาลนครสงขลาว่าเป็นไปด้วยประโยชน์สาธารณะ และถูกต้องตามหลักธรรมมาภิบาล
Facebook Comments Box


Spread the love

ดีแทค-มูลนิธิชัยพัฒนา-เนคเทค ร่วมมือวิจัยเพาะ “เห็ดหลินจือ” ในฤดูหนาวเลขตัวเดียวสำเร็จด้วย 5G 

Spread the love

ดีแทค-มูลนิธิชัยพัฒนา-เนคเทค ร่วมมือวิจัยเพาะ “เห็ดหลินจือ” ในฤดูหนาวเลขตัวเดียวสำเร็จด้วย 5G คลื่น 700 MHz

  • เทคโนโลยีเกาะติดศึกษาเชิงลึกการเติบโตสายพันธุ์เห็ดหลินจือ
  • นำ 5G เชื่อมต่อ IoT และ Machine Leaning สร้างความต่างเพิ่มความแม่นยำเพาะปลูก
  • แก้ปัญหาความยากจนเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่อากาศหนาวเย็น

ดีแทค-มูลนิธิชัยพัฒนา-เนคเทค ร่วมมือวิจัยเพาะ “เห็ดหลินจือ” ในฤดูหนาวเลขตัวเดียวสำเร็จด้วย 5G 

19 พฤษภาคม 2565 – ดีแทค ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา และเนคเทค สวทช. คิดค้นโครงการวิจัยโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะกรณีศึกษาเห็ดหลินจือ นำเทคโนโลยี 5G คลื่น 700 MHz พร้อม IoT และ Machine Leaning ตอบโจทย์เพาะเห็ดหลินจือในฤดูหนาวเลขตัวเดียวสำเร็จ พร้อมนำองค์ความรู้มาพัฒนาการทำเกษตรแม่นยำ เก็บดาต้าปัจจัยแวดล้อม ลดการปนเปื้อนของเชื้อโรค สู่การควบคุมโรงเรือน ตั้งทุกค่า คำนวณเหมาะสมสภาพแวดล้อมเพาะปลูก ดึงธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติร่วมทดสอบและวิจัย เตรียมเผยแพร่องค์ความรู้ต่อเกษตรกรในพื้นที่หนาวเย็น ยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

ดีแทค-มูลนิธิชัยพัฒนา-เนคเทค ร่วมมือวิจัยเพาะ “เห็ดหลินจือ” ในฤดูหนาวเลขตัวเดียวสำเร็จด้วย 5G 

เห็ดหลินจือมีคุณภาพทางโภชนาการและยาสูงมาก โดยเห็ดหลินจืออบแห้งมีมูลค่าประมาณกิโลกรัมละ 2,000 บาท และสำหรับสปอร์เห็ดหลินจือมีมูลค่าสูงถึงประมาณกิโลกรัมละ 20,000 บาท สามารถเพาะได้ดีในอุณหภูมิ 25-28 องศาเซลเซียส แต่ไม่สามารถเติบโตได้ในฤดูหนาวเลขตัวเดียว ซึ่งภาคเหนือของไทยระหว่างเดือน พฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ อุณหภูมิในฤดูหนาวอาจจะลดลงอยู่ที่ 7-10 องศาเซลเซียส ทำให้ไม่สามารถเพาะเห็ดหลินจือได้ ดังนั้น ถ้าคิดค้นวิธีการเพาะปลูกในอากาศหนาวดังกล่าวได้จะสามารถถ่ายทอดความรู้และพัฒนาให้กับเกษตรกรไทย

ดีแทค-มูลนิธิชัยพัฒนา-เนคเทค จึงได้ร่วมมือทดลองเพาะเห็ดหลินจือในฤดูหนาว ในโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงของมูลนิธิชัยพัฒนา ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่  ด้วยเทคโนโลยี 5G และการนำเทคโนโลยี Machine Learning มาใช้ร่วมกับ IoT ซึ่งจะมีการเก็บดาต้าภาพถ่าย ขนาด รูปร่าง สี ตลอดช่วงการเจริญเติบโตด้วยระบบกล้องบันทึกภาพความละเอียดสูง รวบรวมเป็นฐานข้อมูลและใช้โปรแกรมวิเคราะห์ภาพ ที่จะพัฒนาการเพาะเห็ดหลินจือได้แม่นยำยิ่งขึ้น ทั้งคาดการณ์สภาพแวดล้อม ปรับสภาพความเหมาะสม อากาศ อุณหภูมิ ความชื้น แสง และยังอัปเดตชุดข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถจัดการได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เพื่อพัฒนาการเกษตรที่จะมีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งเป็นการสร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย

ดีแทค-มูลนิธิชัยพัฒนา-เนคเทค ร่วมมือวิจัยเพาะ “เห็ดหลินจือ” ในฤดูหนาวเลขตัวเดียวสำเร็จด้วย 5G 

ดร.อนุตรา วรรณวิโรจน์ ผู้อำนวยการโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงของมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า “การพัฒนาการเกษตรในปัจจุบันจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง นำมาสู่แนวคิดแผนการพัฒนาโครงการฯ นำเทคโนโลยีเข้าในปรับใช้ในการเกษตรในหลากหลายมิติ เช่น การจัดการผลิตพืช การใช้พลังงาน และการตลาด เพื่อให้สอดรับกับความท้าทายทางการเกษตรในอนาคต โดยเฉพาะปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเทคโนโลยีการสื่อสาร เช่น อินเทอร์เน็ตสรรพสิ่งหรือ IoT จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในโรงเรือนและนำมาซึ่งความต่อเนื่องของผลผลิต”

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “เรานำความรู้ด้านเทคโนโลยี 5G ที่สร้างความแตกต่างและมีความแม่นยำสูงใช้ในการศึกษาเชิงลึกการเติบโตสายพันธุ์เห็ดหลินจือ โดยดีแทคมีส่วนร่วมออกแบบและวางแผนติดตั้งระบบเซนเซอร์ รวมทั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ รวมถึงการติดตั้งและดูแลเสาสัญญาณเพื่อขยายพื้นที่การสัญญาณเครือข่าย 5G บนคลื่นความถี่ 700 MHz นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนโครงสร้างระบบฐานข้อมูลบนคลาวด์ เพื่อเก็บข้อมูลปัจจัยเพาะปลูก ตลอดจนจัดทำแอปพลิเคชันแสดงผลภาพถ่ายหน้าจอมือถือ เพื่อให้สะดวกในการดูแลและบริหารจัดการ”

ดีแทคนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ประโยชน์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรม ซึ่งมีความจำเป็นในการเพิ่มเติมองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลิตภาพทางการผลิต นอกจากนี้ ยังคาดหวังในผลการวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเกษตรกรที่ยากจน โดยนำองค์ความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ในการเกษตรต่างๆ โดยเฉพาะการเพาะปลูกพืชผลในโรงเรือนที่มีมูลค่าสูงอย่างเห็ดหลินจือ ที่ตลาดมีความต้องการสูง เป็นการนำเทคโนโลยีมาตอบโจทย์คุณภาพชีวิต สร้างรายได้และกำไรให้เกษตรกร” นายประเทศ กล่าว

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวได้ดำเนินมาสู่โครงการวิจัยโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะ กรณีศึกษาเห็ดหลินจือ ระยะที่ 3 พร้อมการนำเทคโนโลยี 5G สู่การควบคุมสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมในการเพาะเห็ดหลินจือในช่วงเดือนธันวาคม 2564 – กุมภาพันธ์ 2565 ส่งผลให้เห็ดหลินจือออกดอก และสามารถดักสปอร์ซึ่งเป็นผลผลิตหลักของตลาดได้สำเร็จ ถือเป็นการก้าวไปอีกขั้นของโครงการวิจัยโรงเรือนเกษตรอัจฉริยะในการพิชิตโจทย์ความท้าทายอันเกิดจากธรรมชาติ

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (เนคเทค สวทช.) กล่าวเสริมว่า จากผลการศึกษาในระยะที่ 1 และ ทางคณะทำงานเห็นสมควรให้ทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการก่อน โดยเนคเทค ได้ติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์ และระบบอัตโนมัติเพื่อการเกษตร ได้แก่ เซนเซอร์วัดอุณหภูมิ ความชื้น และความเข้มแสง โดยทำการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายไปยัง IoT Cloud Platform เพื่อติดตาม ควบคุมสั่งการระบบต่าง ๆ ภายในโรงเรือน ผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว รวมถึงนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้มาใช้วิเคราะห์จำลองสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดหลินจือ และทดสอบปัจจัยต่างๆ ภายในตู้ควบคุมหรือ Growth Chamber ขนาด 100 ก้อน พบว่าเราได้ข้อมูลสำคัญที่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมตามความต้องการ และโรงเรือนขนาดเล็กขนาด  400-500 ก้อน เพื่อศึกษาปัจจัยแวดล้อมที่เหมาะสม และนำไปประยุกต์ใช้ในโรงเรือนเพาะเห็ดหลินจือขนาดใหญ่ ซึ่งจะขยายความรับผิดชอบนี้ให้แก่ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ หรือ National Biobank of Thailand ภายใต้กำกับดูแลของ สวทช. ที่มีองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ เข้าร่วมในการศึกษาวิจัยให้ได้ข้อมูลปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิตของเห็ดหลินจือนอกฤดูกาลอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับปรับปรุงกระบวนการสู่การดำเนินงานโครงการในระยะที่ ให้หมาะสมมากยิ่งขึ้น และการใช้เทคโนโลยีอื่น ๆ เข้ามาช่วยสนับสนุน อย่างเช่น AI ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการถ่ายทอดองค์ความรู้ ขยายผลไปสู่เกษตรกรเพื่อช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ในระยะยาว”

สำหรับโครงการความร่วมมือทางด้านวิจัยที่เกิดขึ้น ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของการเตรียมพร้อมงานวิจัยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะแห่งอนาคต ภายใต้ความท้าทายในยุคดิจิทัล ที่ข้อมูลถือเป็นหัวใจ AI เป็นสมองช่วยคิดวิเคราะห์ เครือข่าย (Network) เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการส่งผ่านข้อมูล ดังนั้น การได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่างมูลนิธิชัยพัฒนาและดีแทคจะทำให้เกิดระบบนิเวศน์ของการใช้เทคโนโลยีที่ก่อประโยชน์ต่อคนหมู่มาก เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้สอดรับกับวิสัยทัศน์ของเนคเทคที่ต้องการเป็นฐานรากสำคัญด้านเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และสารสนเทศขั้นสูงของประเทศ ดร.ชัย กล่าว

ดีแทค-มูลนิธิชัยพัฒนา-เนคเทค ร่วมมือวิจัยเพาะ “เห็ดหลินจือ” ในฤดูหนาวเลขตัวเดียวสำเร็จด้วย 5G 

บรรยายภาพในข่าว (ไฟล์หมายเลข 001)

นายดนุชา สินธวานนท์    (ซ้าย) กรรมการและรองเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา เข้าชมโครงการโรงเรือนควบคุมอัตโนมัติโดยใช้เทคโนโลยี IoT เซนเซอร์ จากเทคโนโลยี 5G บนคลื่น 700 MHz เพื่อเป็นการสนับสนุนและพัฒนาการทำการเกษตรอย่างแม่นยำในการเพาะเห็ดหลินจือ ที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงของมูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายประเทศ ตันกุรานันท์ (ขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย (กลาง) ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมเยี่ยมชมเพื่อติดตามการศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัยนำมาต่อยอดขยายผลให้เกษตรกรในพื้นที่ในด้านการเกษตรกรรมเพื่อเพิ่มรายได้จาการเพาะเห็ดหลินจือมูลค่าสูงให้กับชุมชน

Facebook Comments Box


Spread the love
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 ณ หน้าลานพระนอน วัดมหัตตมังคลลราม (วัดหาดใหญ่ใน) ดร.ไพร พัฒโน นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ พร้อมด้วยพระปลัด พลกฤต กลฺยาณธมฺโม ดร. เจ้าคณะตำบลหาดใหญ่ เขต 1 ร่วมแถลงข่าวโครงการอุปสมบทหมู่พระภิกษุ 151 รูป เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนทั่วไป ที่เข้าร่วมอุปสมบท ได้ร่วมกันบำเพ็ญปฏิบัติถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-15 ธันวาคม 2559 ณ วัดมหัตตมังคลลราม (วัดหาดใหญ่ใน) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดยในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 เวลา 13.00 น. มีพิธีบวชนาค และในวันที่ 1 ธันวาคม 2559 เวลา 13.00 น.มีพิธีอุปสมบท

แถลงข่าว
แถลงข่าว

img_6809

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts