โปรดเกล้าฯ พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด 64 กัญชานำเข้าได้เฉพาะเมล็ดพันธุ์

Spread the love

#ออกแล้วนะ พ.ร.บ ฉบับใหม่กัญชา 🌱 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ธันวาคม 2564 นี้
 
สรุปประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ผู้เสพไม่มีโทษ “จากโรงพักสู่โรงพยาบาล” เปลี่ยนข้อหาครอบครอง เป็นครอบครองเพื่อเสพ มีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ธันวาคม 2564
นับเป็นข่าวดี เรากำลังจะมีกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลกับชีวิตผู้ป่วยเป็นอย่างมากในอนาคต ประมวลฯ นี้เป็นการรวมรวมพรบ. ยาเสพติด หลายๆ ฉบับมาปรับปรุงแก้ไขรวมอยู่ในกฎหมายฉบับเดียว ซึ่งกำลังจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ธันวาคม 2564 นี้แล้ว ส่วนพรบ. เก่าเช่น พรบ. ยาเสพติดปี 2522 ก็จะยกเลิกไปทั้งหมด
📌 เมื่อประมวลฯ มีผลบังคับใช้ให้ยกเลิก
– พรบ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
– พรบ ยาเสพติดให้โทษ
– พรก ป้องกันการใช้สารระเหย
– พรบ มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ
– พรบ ฟื้นฟูฯ
– พรบ วัตถุที่ออกฤทธิ์ฯ
– ประกาศ/คำสั่ง คสช อื่น ที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นสำคัญก็คือ เรื่องของผู้เสพ และการลงโทษซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก หลักการสำคัญ เรื่องการลดการเป็นอาชญกรรมของผู้เสพ (decriminalization) ได้นำมาใช้ ซึ่งกระบวนการจะเปลี่ยนไปหลักๆ ดังนี้
1. การเสพ และการครอบครองเพื่อเสพ จะไม่มีการลงโทษ ถ้าผู้เสพสมัครใจเข้ารับการบำบัด และผ่านการบำบัด ปรับแก้ให้เจ้าหน้าที่/พนักงานสอบสวนจากเดิมที่ต้องนำผู้เสพส่งศาลเพื่อพิสูจน์หรือตัดสินโทษ ให้เป็นนำตัวผู้เสพหรือมีครอบครองเพื่อเสพที่สมัครใจบำบัด ส่งสถานบำบัดโดยตรง ไม่มีการไปโรงพัก ***ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับใบรับรองการใช้ยาที่มีส่วนผสมของกัญชา จากแพทย์ เภสัช แพทย์แผนไทย ฯลฯ เป็นข้อยกเว้น ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการใดๆ
*การสมัครใจบำบัดจะไม่ครอบคลุมผู้ที่มีโทษจำคุกอยู่(รอลงอาญา) และ การเสพยังคงกำหนดโทษทางอาญาไว้ แต่กระบวนการเปลี่ยนหมด
2. เปลี่ยนข้อหาครอบครอง เป็นครอบครองเพื่อเสพ การเสพและการมีไว้เพื่อเสพในปริมาณน้อย เป็นความผิดฐานเดียวกันและใช้กระบวนกันเดียวกันตามข้อ 1. โดยให้อำนาจรมต. สาธารณสุข ประกาศว่าปริมาณเท่าใดถือว่าเป็นจำนวนน้อยในการใช้เพื่อเสพ ฯลฯ
📃 ศึกษารายละเอียดเต็มๆ กันได้จาก PDF 80 หน้า
 
 

ในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศ พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายยาเสพติด 2564 ให้อำนาจ รมว.สาธารณสุข เป็นผู้อนุญาตการผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย ส่วนกัญชาเพื่อทางการแพทย์ ให้นำเข้าได้เฉพาะเมล็ดพันธุ์

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ความว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
ให้ไว้ ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เป็นปีที่ 6 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรประกาศใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เพื่อกำหนดมาตรการในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอันจะเป็นประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม รวมถึงเพื่อปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในลักษณะองค์กรอาชญากรรมซึ่งเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และป้องกันการสนับสนุนการกระทำความผิดขององค์กรดังกล่าวในด้านต่างๆ ซึ่งการตราพระราชบัญญัตินี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564” ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป ส่วนประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 3 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับเป็นต้นไป พร้อมทั้งให้ยกเลิก พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหยและแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เกี่ยวกับยาเสพติด รวม 24 ฉบับ

นอกจากนี้ ยังบัญญัติว่า ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยการเสนอแนะของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด ผู้อนุญาต หรือผู้อนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติด แล้วแต่กรณี มีอำนาจในการพิจารณาอนุญาตการผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง นำผ่าน หรือโฆษณาซึ่งยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุออกฤทธิ์ การผลิตหรือนำเข้าตัวอย่างของตำรับวัตถุออกฤทธิ์ และการขึ้นทะเบียนตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือตำรับวัตถุออกฤทธิ์
ขณะเดียวกัน ยังระบุว่า มาตรา 23 ในวาระเริ่มแรกภายในระยะเวลา 2 ปีนับแต่วันที่ประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การอนุญาตนำเข้ายาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือการรักษาผู้ป่วยตามมาตรา 35 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้ให้นำเข้าได้เฉพาะเมล็ดพันธุ์

ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่กรณีดังต่อไปนี้

(1) ผู้ขออนุญาตเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือจัดการเรียนการสอน ทางการแพทย์ เภสัชศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือเกษตรศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางการแพทย์ เภสัชกรรม หรือวิทยาศาสตร์ หรือมีหน้าที่ให้บริการทางเกษตรกรรมเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือเภสัชกรรม หรือหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือสภากาชาดไทย

(2) ผู้ขออนุญาตเป็นผู้ป่วยเดินทางระหว่างประเทศที่มีความจำเป็นต้องนำยาเสพติดให้โทษซึ่งเป็นกัญชาติดตัวเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อใช้รักษาโรคเฉพาะตัว

(3) ผู้ขออนุญาตซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยและพัฒนาตามมาตรา 35 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 24 ให้ประธานศาลฎีการัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และตามประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้

ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของตนให้ประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีอำนาจออกข้อบังคับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และตามประมวลกฎหมายยาเสพติดท้ายพระราชบัญญัตินี้

ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของตนข้อบังคับ กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts