มรภ.สงขลา ผนึก 8 องค์กร ลงนามขับเคลื่อนท่องเที่ยวชุมชน 3 จังหวัดชายแดนใต้

Spread the love

มรภ.สงขลา ผนึก 8 องค์กร ลงนามขับเคลื่อนท่องเที่ยวชุมชน 3 จังหวัดชายแดนใต้

 

                มรภ.สงขลา ลงนามความร่วมมือ 8 องค์กรพันธมิตร สานพลังขับเคลื่อนท่องเที่ยวชุมชนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ ชี้พัฒนาครอบคลุมทุกมิติ หวังช่วยสร้างความปรองดอง ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานและสักขี พยานในพิธีลงนามบันทึกข้ อตกลงความร่วมมือ (MOU) การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุ มชนอย่างยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่าง 9 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวั ดชายแดนภาคใต้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้ างเสริมสุขภาพ จ.ยะลา จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส และ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิ เศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่ งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ มรภ.สงขลา ว่า ภาคใต้มีจุดเด่นด้านการท่องเที่ ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล จากศักยภาพที่มีสูงมากนี้นำมาสู่ การวางแผนพัฒนาใน 4 เรื่อง ได้แก่ 1. การท่องเที่ยว 2. การเกษตรและประมง 3. การบริหารจัดการน้ำ 4. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หากสามารถพัฒนาการท่องเที่ยวได้ ทุกมิติจะช่วยสร้างประโยชน์ให้ คนในพื้นที่ได้อย่างมาก

พลเอก ฉัตรชัย กล่าวว่า การลงนาม MOU ในครั้งนี้ จะช่วยให้เกิดการบู รณาการในการสนับสนุนการพัฒนาชุ มชนต้นแบบ ให้สอดรับกับนโยบายและแผนยุ ทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชน พัฒนาบุคลากรให้สามารถบริหารจั ดการทรัพยากรการท่องเที่ยวได้ อย่างมีระบบ สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงชุ มชนท้องถิ่นสู่ตลาดการท่องเที่ ยวโดยชุมชนที่มีคุณภาพ รวมถึงร่วมกันถอดบทเรียน ติดตามประเมินผลการพัฒนาชุมชนต้ นแบบ และขยายผลเผยแพร่องค์ความรู้ที่ เกิดจากกระบวนการพัฒนาสู่ชุมชน แสดงให้เห็นถึงรูปธรรมของการใช้ การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นเครื่ องมือในการกระจายรายได้อย่างเป็ นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อผลสัมฤทธิ์คือความสามัคคี ปรองดอง และความสงบสุขในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นโยบายและเป้าหมายในการพัฒนาพื้ นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครอบคลุมทุกมิติในการพัฒนา ทั้งการพัฒนาคน โครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรม สิ่งสำคัญคือ เสริมสร้างความมั่นคงและสามัคคี ในพื้นที่ รวมถึงยกระดับความเชื่อมั่นให้ คนภายนอกได้รับรู้ถึ งความงามและความจริง ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ และถูกบิดเบือนมานาน การท่องเที่ยวไม่ใช่เพียงแค่สร้ างโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นโอกาสในกานสร้ างความเข้าใจและมิตรภาพให้กั บคนในประเทศได้รักและสามัคคีกั นมากขึ้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

                ด้าน ศ.ดร.จรัส สุวรรณมาลา นายกสภา มรภ.สงขลา กล่าวว่า การพัฒนาท่องเที่ยวชุมชนให้ดีขึ้ นได้ต้องอาศัยการยกระดับ ซึ่งที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลั ยดำเนินงานส่งเสริมท่องเที่ยวชุ มชนมาเป็นลำดับ เนื่องจากเราเป็นสถาบันการศึ กษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่ องส่งผลให้หลายชุ มชนประสบความสำเร็จจนกลายเป็นชุ มชนต้นแบบ โดยมี มรภ.สงขลา เป็นพาร์ทเนอร์หรือหุ้นส่ วนในการลงพื้นที่พัฒนาชุมชน ทว่า ยังมีอีกหลายชุมชนที่ยังหาจุ ดเด่นของตนเองไม่เจอ วันนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่ จะได้ร่วมกับ อพท. ในการสนับสนุนงานวิจัยหรือบริ การวิชาการร่วมกับ มรภ.สงขลา เชื่อว่าการทำ MOU ร่วมกันในครั้งนี้จะทำให้ การทำงานเพื่อชุมชนเข้มแข็ งมากยิ่งขึ้น และจากความร่วมมือนี้จะนำไปสู่ การพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมกันต่อไป

                ขณะที่ พันเอก ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การบูรณาการความร่วมมือในการขั บเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ ยวโดยชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสานพลั งของหน่วยงานที่มีภารกิจและเชี่ ยวชาญที่หลากหลาย แต่มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการขั บเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ โดยใช้การท่องเที่ยวเป็นโจทย์ ในการพัฒนา เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือ ยกระดับความอยู่ดีมีสุข ความสามัคคีปรองดอง และความสงบสุขของชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts