เปิดแล้ว! ประตูเศรษฐกิจไทย–มาเลเซีย “อนุทิน–อันวาร์” จับมือกลางด่านสะเดาแห่งใหม่ เชื่อมการค้ากว่า 4.7 แสนล้านบาทต่อปี

Spread the love

เปิดแล้ว! ประตูเศรษฐกิจไทย–มาเลเซีย “อนุทิน–อันวาร์” จับมือกลางด่านสะเดาแห่งใหม่ เชื่อมการค้ากว่า 4.7 แสนล้านบาทต่อปี เริ่มเปิดใช้เต็มรูปแบบ 11 ก.ค. นี้!
 
สงขลา – ไทยและมาเลเซียร่วมเปิดหน้าประวัติศาสตร์ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการคมนาคม เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดถนนเชื่อมต่อด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม (Bukit Kayu Hitam) ณ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา โดยด่านแห่งใหม่จะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
 
เปิดแล้ว! ประตูเศรษฐกิจไทย–มาเลเซีย "อนุทิน–อันวาร์" จับมือกลางด่านสะเดาแห่งใหม่ เชื่อมการค้ากว่า 4.7 แสนล้านบาทต่อปี
         ไฮไลต์ของพิธีอยู่ที่ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ เมื่อผู้นำทั้งสองประเทศเดินผ่านประตูด่านของแต่ละฝ่ายมาพบกัน ณ จุดกึ่งกลางชายแดน ก่อนจับมือและสวมกอดกันอย่างอบอุ่น สะท้อนถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับมาเลเซีย จากนั้นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้เชิญนายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าสู่ฝั่งมาเลเซีย เพื่อร่วมเปิดแผ่นจารึกและรับประทานอาหารกลางวันในฐานะเจ้าภาพ
 
          ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ ตั้งอยู่บนถนนกาญจนวนิช ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ภายในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ บนพื้นที่กว่า 596 ไร่ ถือเป็นประตูการค้าทางบกที่สำคัญที่สุดของภาคใต้ และเป็นด่านชายแดนที่มีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศสูงที่สุดของประเทศไทย โดยมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกรวมกว่า 471,500 ล้านบาทต่อปี พร้อมรองรับผู้เดินทางผ่านแดนมากกว่า 6 ล้านคนต่อปี
 
          โครงการก่อสร้างใช้งบประมาณรวม 1,532.07 ล้านบาท เพื่อยกระดับศักยภาพการขนส่งและแก้ไขปัญหาความแออัดของด่านเดิม ภายในประกอบด้วยอาคารสำนักงาน อาคารผู้โดยสาร อาคารตรวจปล่อยสินค้า อาคารพักอาศัย และระบบอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ทั้งช่องตรวจรถยนต์ฝั่งละ 11 ช่อง ช่องตรวจคนเข้าเมืองฝั่งละ 14 ช่อง อาคารตรวจสินค้า (Cargo Terminal) รองรับรถบรรทุกสินค้าเข้า–ออกขาละ 8 ช่อง พร้อมติดตั้งเครื่องเอกซเรย์แบบ Fast Scan และระบบชั่งน้ำหนักรถบรรทุกมาตรฐานสากล
 
          นอกจากนี้ ยังเปิดใช้งานถนนเชื่อมต่อระยะทาง 850 เมตร ระหว่างด่านสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม พร้อมเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4 (AH2) ทำให้โครงข่ายคมนาคมระหว่างไทยและมาเลเซียเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ รองรับการขนส่งสินค้า การเดินทาง และการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 
         รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการเปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จะช่วยยกระดับระบบโลจิสติกส์ข้ามแดน ลดต้นทุนด้านเวลาและค่าขนส่ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนไทย–มาเลเซีย ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts

Verified by ExactMetrics