ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม 2568
ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในภาคใต้ เก็บแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 420 ตัวอย่าง
ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม 2568 เปรียบเทียบเดือนกรกฎาคม 2568 และคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า
|
รายการ |
กรกฎาคม 2568 | สิงหาคม 2568 | คาดการณ์ใน 3 เดือนข้างหน้า | ||||||
| เพิ่มขึ้น/ | คงที่/ | ลดลง/ | เพิ่มขึ้น/ | คงที่/ | ลดลง/ | เพิ่มขึ้น/ | คงที่/ | ลดลง/ | |
| ดีขึ้น | เท่าเดิม | แย่ลง | ดีขึ้น | เท่าเดิม | แย่ลง | ดีขึ้น | เท่าเดิม | แย่ลง | |
| 1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม | 28.10 | 43.20 | 28.70 | 28.00 | 43.10 | 28.90 | 38.60 | 47.50 | 13.90 |
| 2. รายได้จากการทำงาน | 26.00 | 43.20 | 30.80 | 26.00 | 43.10 | 30.90 | 32.40 | 50.10 | 17.50 |
| 3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็น
ในครอบครัว |
32.70 | 45.20 | 22.10 | 32.30 | 45.30 | 22.40 | 32.80 | 53.70 | 13.50 |
| 4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง
ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ |
28.30 | 45.50 | 26.20 | 28.30 | 45.50 | 26.20 | 36.80 | 48.60 | 14.60 |
| 5. ความสุขในการดำเนินชีวิต | 28.00 | 43.30 | 28.70 | 27.70 | 43.20 | 29.10 | 32.10 | 46.50 | 21.40 |
| 6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) | 27.00 | 45.10 | 27.90 | 26.80 | 45.00 | 28.20 | 33.80 | 48.80 | 17.40 |
| 7. การออมเงิน | 24.50 | 42.60 | 32.90 | 24.20 | 42.30 | 33.50 | 35.60 | 51.30 | 13.10 |
| 8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ | 25.20 | 43.00 | 31.80 | 25.20 | 42.60 | 32.20 | 32.80 | 35.70 | 31.50 |
| 9. การลดลงของหนี้สิน | 24.10 | 43.30 | 32.60 | 23.80 | 43.10 | 33.10 | 34.70 | 51.70 | 13.60 |
| 10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน | 26.30 | 44.10 | 29.60 | 25.80 | 44.10 | 30.10 | 32.80 | 54.10 | 13.10 |
| 11. การแก้ปัญหายาเสพติด | 23.40 | 41.70 | 34.90 | 23.20 | 41.50 | 35.30 | 39.70 | 45.10 | 15.20 |
| 12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ |
26.10 | 47.30 | 26.60 | 26.10 | 47.30 | 26.60 | 36.80 | 48.60 | 14.60 |
| 13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ | 27.30 | 40.50 | 32.20 | 27.10 | 40.30 | 32.60 | 32.10 | 46.50 | 21.40 |
ความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม 2568
| รายการ | 2568 | ||
| มิถุนายน | กรกฎาคม | สิงหาคม | |
| 1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม | 45.10 | 44.60 | 43.90* |
| 2. รายได้จากการทำงาน | 43.30 | 42.80 | 42.50* |
| 3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว | 58.90 | 58.10 | 57.80* |
| 4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ | 46.70 | 47.90 | 47.90 |
| 5. ความสุขในการดำเนินชีวิต | 47.80 | 47.40 | 47.10* |
| 6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) | 41.50 | 41.00 | 40.70* |
| 7. การออมเงิน | 39.60 | 39.30 | 39.20* |
| 8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ | 37.90 | 37.50 | 37.40* |
| 9. การลดลงของหนี้สิน | 44.10 | 43.70 | 43.30* |
| 10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน | 42.80 | 42.60 | 42.50* |
| 11. การแก้ปัญหายาเสพติด | 36.40 | 36.30 | 36.00* |
| 12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ | 33.40 | 33.20 | 33.20 |
| 13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ | 38.20 | 37.90 | 37.60* |
| 14. ความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม | 42.70 | 42.50 | 42.20* |
* หมายถึง ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนที่ลดลง

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนสิงหาคม (42.20) ปรับตัวลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม (42.50) และเดือนมิถุนายน (42.70) โดยดัชนีที่มีการปรับตัวลดลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ การลดลงของหนี้สิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การแก้ปัญหายาเสพติด และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนแต่ละด้านที่ลดลงมาจากสาเหตุที่สำคัญ ดังนี้
ด้านภาวะเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากในขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำมาก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย เริ่มจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัญหาสงครามการค้า และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้การส่งออกของไทยลดลงตามความต้องการของตลาดโลก เมื่อรายได้จากการส่งออกลดลง จึงส่งผลต่อเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในประเทศ อีกทั้งประเทศไทยยังเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่สูง ราคาสินค้าและบริการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค พลังงาน อาหาร และบริการ ฯลฯ ซึ่งราคาที่สูงขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนเพิ่มขึ้น
ด้านรายได้จากการทำงาน ปัจจุบันค่าจ้างแรงงานไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ แม้จะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำบ้าง แต่การปรับเพิ่มนั้นน้อยกว่าตราเงินเฟ้อและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า “แม้มีเงินเดือนเพิ่มขึ้น แต่สามารถใช้จ่ายได้ลดลง” ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่สะท้อนถึงกำลังซื้อของประชาชนที่น้อยลง นอกจากนี้การจ้างงานชั่วคราวและการจ้างงานสัญญาระยะสั้นมีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากนายจ้างต้องการลดต้นทุนและความเสี่ยงทางธุรกิจ ทำให้แรงงานจำนวนมากมีรายได้ที่ไม่แน่นอนและขาดสวัสดิการที่ควรจะได้
ด้านรายจ่ายเพื่อสินค้าอุปโภคบริโภค ในช่วงที่ผ่านมาประชาชนต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ปัญหานี้เกิดจากสินค้าจำเป็นได้มีปรับราคาสูงขึ้น อาทิ อาหารสำเร็จรูป อาหารสด เครื่องดื่ม วัตถุดิบเกษตร และของใช้ในบ้าน เป็นต้น ทั้งนี้เกิดจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้ราคาขายปลีกถูกผลักภาระไปให้ผู้บริโภค ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นคือ ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการผลิต การขนส่ง และการจัดจำหน่าย เมื่อราคาพลังงานแพงขึ้น ต้นทุนทุกอย่างก็เพิ่มขึ้นตาม ทำให้ราคาสินค้าในตลาดปรับสูงขึ้นแบบเป็นลูกโซ่
ด้านการรักษามาตรฐานค่าครองชีพ ปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่ภาครัฐไม่สามารถรักษามาตรฐานค่าครองชีพได้ เนื่องจากราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น เกิดต้นทุนการขนส่งที่มากขึ้น ส่งผลให้สินค้าและบริการต้องปรับราคาขึ้นตามต้นทุนของธุรกิจ รวมถึงการที่ผู้ประกอบการธุรกิจรายใหญ่สามารถครอบงำตลาด ทำให้สินค้าจำนวนหนึ่งถูกผูกขาดด้านราคา ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงสินค้าราคายุติธรรมได้
ด้านฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง ทำให้ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในปัจจุบันที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งเป็นภาพสะท้อนถึงความไม่สมดุลของเศรษฐกิจในประเทศ และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้น ทำให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายประจำของครัวเรือนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงไม่สามารถรักษาความสมดุลทางการเงินได้ โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียน ต้องหาเงินมาจ่ายค่าเทอม ค่าหนังสือ และค่าอุปกรณ์การเรียน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ปกครองต้องพยายามหามาจ่าย เพื่อให้บุตรหลานได้เล่าเรียน โดยในช่วงเปิดเรียน ครัวเรือนจำนวนมากต้องเข้าโรงรับจำนำ และต้องกู้ยืมเงินมาใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของบุตรหลาน
ด้านภาระหนี้สินของประชาชน ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะต้องการกู้เงินเพื่อซื้อบ้านและซื้อรถ รวมถึงของใช้ที่จำเป็นในบ้าน เมื่อเกิดภาระในการผ่อนจำนวนหลายรายการ ทำให้จำนวนหนี้ที่พอกพูนสูงขึ้นจนกลายเป็นภาระหนี้ที่เกินกำลังจะผ่อนจ่ายได้ รวมถึงประชาชนส่วนหนึ่งนิยมใช้บัตรเครดิตในการซื้อสินค้าและบริการโดยขาดการยั้งคิด ทำให้เกิดเป็นหนี้บัตรเครดิตที่สูง ในขณะที่รายได้เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้ไม่สามารถจ่ายชำระได้ตามยอดเงินที่ธนาคารเรียกเก็บ และเกิดเป็นหนี้ที่ไม่สามารถจ่ายได้ จึงจำเป็นต้องกู้หนี้เพิ่ม เพื่อนำไปหมุนเวียนใช้หนี้เก่า หรือที่เรียกว่า “หนี้ก้อนใหม่ปิดหนี้ก้อนเก่า” ซึ่งในระยะยาวหนี้สินรวมย่อมสูงขึ้นเรื่อย ๆ และทำให้ครัวเรือนเข้าสู่วงจรหนี้สินเรื้อรัง ซึ่งยากที่จะปลดภาระหนี้ได้
ด้านการออมเงินของประชาชน การออมเงินของประชาชนในปัจจุบันลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสาเหตุที่สำคัญคือ ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ทำให้ไม่มีเงินเหลือสำหรับการออม เมื่อรายได้ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ ครัวเรือนส่วนใหญ่จำเป็นต้องใช้จ่ายเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นการกันเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อการออม จึงเป็นไปได้น้อย ในขณะที่ประชาชนส่วนหนึ่งที่มีเงินเหลือก็ไม่นิยมออมเงินด้วยการฝากกับธนาคาร เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารต่ำมาก ทำให้การออมเงินกับธนาคารได้รับผลตอบแทนน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ จึงทำให้ประชาชนที่มีรายได้ลดลงต้องนำเงินเก็บที่มีอยู่มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้เงินออมสะสมในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง
ด้านความสุขในการดำเนินชีวิต ความสุขของประชาชนที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เป็นเพราะภาระค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกว่ารายได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่บีบให้ครัวเรือนต้องจัดสรรเงินอย่างตึงเครียด ทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความกดดันและความเครียดในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะรายได้ที่มีไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ประชาชนต้องทำงานมากกว่าเดิมเพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ส่งผลให้เวลาพักผ่อนลดลง ขาดความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัว จึงเกิดความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงและความสุขเริ่มหายไป
ด้านการแก้ปัญหายาเสพติด ปัจจุบันยาเสพติดแพร่ระบาดเป็นอย่างมาก ทั้งในสถานบันเทิง ชุมชน สถานศึกษา ฯลฯ ซึ่งยาเสพติดเป็นปัญหาของสังคมไทยที่แก้ไขได้ยาก แม้จะมีนโยบายจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง แต่การแพร่ระบาดก็ยังมีอยู่ในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการของภาครัฐที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง ซึ่งหากพิจารณาถึงการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า การบังคับใช้กฎหมายยังไม่เข้มงวดเพียงพอ ทั้งการปราบปราม การลงโทษ และการป้องกัน เมื่อการควบคุมของภาครัฐขาดประสิทธิภาพ ย่อมทำให้ผู้ค้าและผู้เสพสามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ซึ่งต้นตอของปัญหาเกิดจากการทุจริตและการแทรกแซงของกลุ่มผลประโยชน์ ทำให้การปราบปรามไม่เด็ดขาด ในส่วนโครงการฟื้นฟูผู้ติดยาก็ไม่มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เสพที่ได้รับการบำบัดแล้วกลับไปเสพติดซ้ำอีก
ด้านการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล การดำเนินนโยบายทางด้านเศรษฐกิจที่ผ่านมา รัฐบาลยังไม่สามารถสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมได้ เนื่องจากนโยบายที่ออกมามีข้อบกพร่องมาก ทำให้การดำเนินนโยบายไม่ต่อเนื่องและขาดประสิทธิภาพ โดยโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐมักมีรายละเอียดซับซ้อน และสื่อสารไม่ชัดเจน รวมถึงขาดการวางแผนที่ดี ทำให้เกิดความไม่พร้อมของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งนโยบายเศรษฐกิจส่วนใหญ่มุ่งตอบโจทย์ทางการเมือง หรือกลุ่มผลประโยชน์มากกว่าที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการรายเล็กหรือแรงงานรายวัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ
จากการสัมภาษณ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในสิ่งที่ประชาชนคาดหวังและต้องการ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยประชาชนและนักวิชาการในหลากหลายสาขาอาชีพได้เสนอแนะต่อรัฐบาล สรุปดังนี้
- ประชาชนมีความคาดหวังให้รัฐบาลใหม่ออกมาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น การลดราคาพลังงาน (ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าแก๊ส) และควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมถึงลดการผูกขาดในตลาดสินค้าเกษตรและพลังงาน พร้อมทั้งปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน ภาษีพลังงาน และภาษีอื่น ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อลดภาระรายจ่ายและควบคุมค่าครองชีพของประชาชน
- ประชาชนต้องการให้รัฐบาลใหม่ออกนโยบายที่ช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นระบบ โดยการปรับโครงสร้างหนี้ จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อย เพื่อลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ รวมถึงให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน เพื่อป้องกันการเกิดหนี้ในอนาคต
- ประชาชนเสนอให้รัฐบาลใหม่ช่วยหาแนวทางเพื่อยกระดับรายได้ประชาชนให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน โดยการปรับค่าแรงขั้นต่ำอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างงานในสาขาใหม่ ๆ เช่น ดิจิทัล เทคโนโลยีสีเขียว และพลังงานสะอาด ขณะเดียวกันควรจัดให้มีการพัฒนาทักษะแรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แรงงานไทยมีความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อรองรับต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
- ประชาชนต้องการให้รัฐบาลใหม่ให้ความสำคัญกับภาคเกษตร ซึ่งเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนในการทำเกษตรสมัยใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และเพิ่มคุณภาพ รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวของเกษตรกร เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองมากขึ้น ไม่ปล่อยให้พ่อค้าคนกลางได้เปรียบฝ่ายเดียว ตลอดจนส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรแปรรูป เพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่ม รวมถึงหาตลาดเพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ทางเกษตรกร
ผลคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และรายได้จากการทำงานเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 38.60 และ 32.40 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน และรายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น คิดเป็น ร้อยละ 32.80 และ 36.80 ตามลำดับ ในขณะที่ความเชื่อมั่นด้านความสุขในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ
32.10, 36.80 และ 32.10 ตามลำดับ
