การประชุมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนระดับสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8

วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฏาคม 2568 ณ โรงแรมหรรษา เจบี ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีประชุมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนระดับสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 โดยมี กรมทรัพยากรน้ำ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าภาพการจัดในครั้งนี้ ซึ่งมี ดร.กฤษณัส สุรกิตย์ ทีมวิศวกรของโครงการ กล่าวรายงาน และนายยิ่งยง ลิคะสิริ ผู้อำนวยการส่วนประสานการปฏิบัติงานในภาวะน้ำท่วม กองวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ กรมทรัพยากรน้ำเป็นประธาน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง นราธิวาส ปัตตานี สตูล และยะลา
![]() |
![]() |
สำหรับวัตถุประสงค์และความเป็นมาของ โครงการค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบ ตรวจวัดปริมาณน้ำเก็บกักในแหล่งน้ำขนาดเล็กพื้นที่ “ภาคใต้” ดร.กฤษณัส สุรกิตย์ ทีมวิศวกรของโครงการ กล่าวว่า
วัตถุประสงค์ของโครงการ
- เพื่อศึกษาและสำรวจแหล่งน้ำที่พัฒนาโดยกรมทรัพยากรน้ำ และ/หรือแหล่งน้ำธรรมชาติอื่นๆ ในพื้นที่ภาคใต้
- เพื่อศึกษาออกแบบและพัฒนาระบบรายงานระดับน้ำและปริมาณน้ำของแหล่งน้ำที่มีศักยภาพและมีความเหมาะสมในพื้นที่โครงการ
- เพื่อตรวจสอบระดับน้ำ สำหรับหาปริมาณน้ำต้นทุนของแหล่งน้ำ (Height-Area-Volume Curve) และตรวจวัดระดับน้ำ สำหรับหาปริมาณน้ำระบายออก (Rating Curve) ของแหล่งน้ำที่มีศักยภาพ และมีความเหมาะสมในพื้นที่
- เพื่อสร้างกระบวนการ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารจัดการน้ำบริเวณแหล่งน้ำในแต่ละพื้นที่ศึกษา
- เพื่อนำเสนอข้อมูลรายงานระดับน้ำและปริมาณของแหล่งน้ำที่มีศักยภาพ และมีความเหมาะสม
ผ่านระบบรายงานที่พัฒนาขึ้นภายใต้โครงการนี้
![]() |
![]() |
![]() |
ขอบเขตพื้นที่ดำเนินงาน
- ครอบคลุมพื้นที่ พื้นที่ 4 ลุ่มน้ำหลัก คือ 1) ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน 2) ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง 3) ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันตก 4) ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 และ 10
- การคัดเลือกแหล่งน้ำขนาดเล็กนำร่องที่มีศักยภาพและเหมาะสมในการใช้เป็นดัชนีหรือตัวแทนของแหล่งน้ำต้นทุน จำนวน 20 แหล่งน้ำ จาก 4 กลุ่มลุ่มน้ำหลัก ในพื้นที่การปกครอง 15 จังหวัด ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานทรัพยากรน้ำทั้ง 2 สำนักงาน (สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 และ 10)
- พื้นที่การปกครอง 15 จังหวัด คัดกรองจากการจัดลำดับความสำคัญ โดยคัดเลือกเข้ามา 12 จังหวัด ดังนี้
สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 ตัวแทนแหล่งน้ำ 10 แหล่งน้ำ ในพื้นที่การปกครอง 8 จังหวัด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ตรัง นราธิวาส ปัตตานี สตูล และยะลา
สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 10 ตัวแทนแหล่งน้ำ 10 แหล่งน้ำ ในพื้นที่การปกครอง 4 จังหวัด คือ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา
![]() |
![]() |
![]() |
กลุ่มกิจกรรมการดำเนินงานได้เป็น 7 ด้าน
- การคัดเลือกแหล่งน้ำที่มีศักยภาพและเหมาะสมที่จะใช้เป็นดัชนีหรือตัวแทนของแหล่งน้ำต้นทุน
- การสำรวจภาคสนามแหล่งน้ำขนาดเล็กนำร่อง
- การจัดทำแบบก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์โครงการ
- การกำหนดเกณฑ์วิกฤติน้ำในแหล่งน้ำและข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการแหล่งน้ำ
- การดำเนินงานถ่ายทอดความรู้และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
- การพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศการตรวจวัดปริมาณน้ำในแหล่งน้ำขนาดเล็ก
- การรายงานข้อมูลระดับน้ำของแหล่งน้ำขนาดเล็กนำร่อง
![]() |
![]() |
![]() |
เกณฑ์การคัดเลือกแหล่งน้ำ
- แหล่งน้ำที่มีศักยภาพผ่านเกณฑ์การคัดกรอง จำนวน 20 แหล่งน้ำ จาก 4 กลุ่มลุ่มน้ำหลัก ในพื้นที่การปกครอง 12 จังหวัด ที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 และสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 10
- ปัจจัยในการคัดกรอง 3 ปัจจัย
- ความชัดเจนของขอบเขตพื้นที่แหล่งน้ำ และถ่ายโอนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว
- กลุ่มผู้ใช้น้ำ หรือ อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภาวะน้ำท่วม และภาวะน้ำแล้ง
- ระยะห่างจากพื้นที่ชุมชน (ไม่เกิน 3 กิโลเมตร) เพื่อสะดวกในการเข้าถึง
![]() |
![]() |
![]() |
การติดตั้งแผ่นวัดระดับน้ำและป้ายแสดงข้อมูลโครงการ
โดยกำหนดเกณฑ์วิกฤติแหล่งน้ำในระดับวิกฤติ และระดับเฝ้าระวังวิกฤติน้ำมาก หรือ น้ำน้อย
![]() |
![]() |
| ผลการติดตั้งแผ่นวัดระดับน้ำและป้ายข้อมูลโครงการ ณ ตำแหน่งที่ตั้งอ่างเก็บน้ำ | |
![]() |
![]() |
| ผลการติดตั้งแผ่นวัดระดับน้ำและป้ายข้อมูลโครงการ ณ ตำแหน่งจุดน้ำไหลออกอ่างเก็บน้ำ | |
![]() |
![]() |
![]() |
ประโยชน์ที่ได้รับ
- ทำให้เกิดข้อมูลปริมาณน้ำที่แท้จริงที่มีอยู่ในระดับพื้นที่ เพื่อให้แหล่งน้ำนั้นๆ เกิดการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ในช่วงฤดูแล้ง หรือ ช่วงฤดูน้ำหลาก และลดความรุนแรงของปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
- ทำให้เกิด “บัญชีรายงานระดับน้ำและปริมาณน้ำ” นำไปประยุกต์ใช้กับแหล่งน้ำระดับตำบลและหมู่บ้านนั้นๆ ส่งผลให้ผู้ใช้น้ำสามารถประเมินปริมาณน้ำที่มีในปัจจุบันและปริมาณน้ำที่คาดว่าจะขาดแคลนในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ทำให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำมี “ระบบการรายงานข้อมูลภาคสนาม (Mobile Application)” สำหรับใช้วางแผนปฏิทินการเกษตรในการปลูกพืชได้อย่างสอดคล้องกับปริมาณน้ำในแหล่งน้ำของแต่ละพื้นที่
- ทำให้หน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาน้ำได้ดียิ่งขึ้น
![]() |
![]() |
![]() |
























