กรมทางหลวง สัมมนาสรุปผลทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก) แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในตัวเมืองหาดใหญ่

Spread the love

กรมทางหลวง สัมมนาสรุปผลทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก)

แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในตัวเมืองหาดใหญ่ เพิ่มทางเลือกในการเดินทางและขนส่งสินค้า

 

                          วันนี้ (9 พฤษภาคม 2565) เวลา 09.00 น. ณ ห้องแกรนด์เซาท์เทอร์น ชั้น 2 โรงแรมเซาท์เทอร์นแอร์พอร์ต อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา  ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่สรุปผลการศึกษาโครงการ (การสัมมนา ครั้งที่ 3) โครงการสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร ทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก) และในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านโปรแกรม Zoom Cloud Meeting เพื่อนำเสนอร่างสรุปผลการศึกษาทั้งในด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะรูปแบบการพัฒนาของโครงการ ผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกันแก้ไข เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการให้กลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ พร้อมรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุม

กรมทางหลวง สัมมนาสรุปผลทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก)  แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในตัวเมืองหาดใหญ่

การสัมมนาครั้งนี้ กรมทางหลวง (ทล.) ได้นำเสนอสรุปผลการศึกษาโครงการ โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

                   โครงข่ายทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก) ได้มีการกำหนดจุดต้นทาง-ปลายทางโครงการ ไปบรรจบกับโครงข่ายทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันออก) ที่ได้รับการออกแบบไว้แล้วเมื่อปี 2557 เพื่อให้เกิดโครงข่ายทางเลี่ยงเมืองที่มีลักษณะเป็นวงแหวน โดยมีจุดเริ่มต้นบริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 4135 ที่ กม.8+850 ในเขตพื้นที่บ้านควน และมีจุดปลายทางบริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 414 ที่ กม.11+635.236 ในเขตพื้นที่บ้านหนองทราย รวมระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร สำหรับรูปแบบถนนของโครงการฯ มีการออกแบบถนนของโครงการ เป็นทางหลวง ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ มีเขตทางกว้างโดยทั่วไป 60 เมตร ตลอดแนวเส้นทาง ส่วนช่วงบริเวณทางแยกและบริเวณลำน้ำ จะมีเขตทางกว้าง 80 เมตร ซึ่งมากกว่าช่วงปกติ เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอกับลักษณะถนนทางแยกและระยะการมองเห็นที่ปลอดภัย และทำเกาะกลางแบบร่อง เนื่องจากสภาพพื้นที่ตัดผ่านพื้นที่ลุ่ม โดยเกาะกลางแบบร่องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำให้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก) เป็นทางหลวงแนวใหม่ ที่ตัดผ่านโครงข่ายถนนท้องถิ่นและพื้นที่ชุมชน จึงมีความจำเป็นต้องออกแบบการเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายถนนท้องถิ่นเดิม เพื่อให้ชุมชนสามารถเดินทางสัญจรทั้งสองฝั่งได้อย่างสะดวกและไม่อ้อม ซึ่งแนวคิดได้กำหนดถนนโครงการไม่มีจุดกลับรถบนเกาะกลาง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนถนนสายหลัก โดยได้ออกแบบเป็นทางลอดเชื่อมโครงข่ายแทน โดยตลอดแนวเส้นทางโครงการมีทางลอดทั้งหมด 17 จุด เพื่อให้รถที่มีขนาดเล็กที่มีความสูงไม่เกิน 2.40-3.00 เมตร สามารถลอดไปมาได้ รวมถึงการออกแบบในลักษณะที่มีทางขนานแยกออกไปและลดระดับลงสู่ถนนท้องถิ่น เพื่อลอดและกลับรถได้อย่างสะดวก ส่วนรถบรรทุกสามารถไปใช้จุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองและสะพานข้ามทางแยกที่มีความสูง เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่ง และเชื่อมต่อโครงข่ายถนนในทุกทิศทาง

                  ส่วนรูปแบบทางแยกต่างระดับ ทั้ง 4 แห่ง ได้กำหนดรูปแบบที่มีความเหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.ทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 4135 (จุดเริ่มต้นโครงการ) กำหนดรูปแบบเป็นสะพานยกระดับในแนวทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก) เพื่อรองรับการจราจรทิศทางตรงจากพัทลุง ไป อ.สะเดา ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ และระดับพื้นดิน ออกแบบเป็นทางแยกติดสัญญาณไฟจราจร

กรมทางหลวง สัมมนาสรุปผลทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก)  แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในตัวเมืองหาดใหญ่

2.ทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 4287 กำหนดรูปแบบเป็นสะพานยกระดับในแนวทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก) เพื่อรองรับการจราจรทิศทางตรงจากสนามบิน ไป อ.เมืองสงขลา มีขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ และระดับพื้น ออกแบบเป็นทางแยกติดสัญญาณไฟจราจร

กรมทางหลวง สัมมนาสรุปผลทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก)  แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในตัวเมืองหาดใหญ่

3.ทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 4 กำหนดรูปแบบเป็นสะพานบนทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อรองรับการเดินทางจากพัทลุง ไป อ.หาดใหญ่ โดยออกแบบเป็นทางลอดตามแนวทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก) เพื่อรองรับการจราจรทิศทางจากสนามบิน ไป อ.เมืองสงขลา ออกแบบช่องวงเลี้ยวขวา (Loop Ramp) สำหรับรถเลี้ยวขวาในแต่ละทิศทาง สำหรับการจราจรในทิศทางเลี้ยวซ้ายออกแบบเป็นถนนระดับพื้นราบเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด การจราจรทุกทิศทางผ่านทางแยกโดยไม่ติดสัญญาณไฟจราจร

กรมทางหลวง สัมมนาสรุปผลทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก)  แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในตัวเมืองหาดใหญ่

4.ทางแยกต่างระดับบริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 414 (จุดสิ้นสุดโครงการ) กำหนดรูปแบบเป็นสะพานยกระดับในแนวทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก) เพื่อรองรับการจราจรทิศทางตรงจากพัทลุงไป อ.สะเดา ขนาด 4 ช่องจราจร ไป-กลับ มีสะพานวน (Directional Ramp) สำหรับทิศทางจากสงขลาเลี้ยวขวาไปพัทลุง ส่วนทิศทางจาก อ.หาดใหญ่ เลี้ยวขวาไป อ.สะเดา เบี่ยงซ้ายและลอดใต้สะพานและข้าม ทางหลวงหมายเลข 414 ด้วยสะพาน ส่วนทิศทางจากพัทลุงเพื่อเดินทางไป อ.หาดใหญ่ และทิศทางจาก อ.สะเดา เพื่อเดินทางไปสงขลา ใช้ช่องทางเลี้ยว (Loop Ramp) สำหรับการจราจรในทิศทางเลี้ยวซ้าย ออกแบบเป็นถนนระดับพื้นราบเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด การจราจรทุกทิศทางผ่านทางแยกโดยไม่ติดสัญญาณไฟจราจร  นอกจากนี้การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการ ได้ดำเนินการทบทวนรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เดิมที่จัดทำในขั้นตอนการศึกษาความเหมาะสมฯ ซึ่งกรมทางหลวงได้นำส่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเมื่อปี พ.ศ.2562 โดยจากการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการในครั้งนี้ จึงได้เพิ่มเติมในส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อนำไปปรับปรุงหรือเพิ่มเติมมาตรป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินการก่อสร้างโครงการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนให้น้อยที่สุด

กรมทางหลวง สัมมนาสรุปผลทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ (ด้านตะวันตก)  แก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในตัวเมืองหาดใหญ่

          ภายหลังจากการสัมมนาสรุปผลการศึกษาโครงการ (การสัมมนา ครั้งที่ 3) ที่ปรึกษาโครงการจะนำความคิดเห็นและข้อเสนอที่ได้รับจากผู้เข้าร่วมประชุมมาใช้ประกอบการพิจารณาปรับปรุงการออกแบบรายละเอียดในรายงานขั้นสุดท้าย (Final Report) ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้ง ปรับปรุงมาตรการป้องกัน และแก้ไขลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

         โดยหลังจากดำเนินการสำรวจและออกแบบรายละเอียดโครงการ พร้อมทั้งดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในขั้นรายละเอียด (Environmental Impact Assessment: EIA) แล้วเสร็จ กรมทางหลวง จะเสนอรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ (EIA) ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาตามขั้นตอน ซึ่งเมื่อรายงาน EIA ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว กรมทางหลวงจะเสนอโครงการเพื่อให้ ครม.เห็นชอบ และเสนอของบประมาณดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและดำเนินการก่อสร้าง หากมีแผนจะก่อสร้างชัดเจนแล้วจึงจะออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืน ทั้งนี้ เมื่อมีการก่อสร้างโครงการจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี จึงสามารถเปิดให้บริการได้โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่ www.western-bypasshatyai.com

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts