‘เมทาเวิร์ส’ เทคโนโลยีแห่งอนาคตเสมือนจริง

Spread the love

 
Facebook changes its name to Meta to refocus on virtual reality - Roxxcloud
         
               1.การประกาศรีแบรนด์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการกลับมาครั้งสำคัญของบริษัทเฟซบุ๊ค และนายมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ที่ก่อนหน้านี้ไม่นานทางบริษัทถูกเปิดโปงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตความปลอดภัยของผู้ใช้เพื่อหารายได้ อีกทั้งความผิดพลาดเรื่องควบคุมเนื้อหาและรูปภาพที่เป็นอันตรายแถมยังส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจของผู้ใช้ด้วย
Facebook changes its company name to Meta - JRT Post

 
              2.เมทา ในภาษกรีกมีความหมายว่าล้ำหน้า ซึ่งสำหรับมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก แล้ว มันคือความหมายที่ทรงพลังและสามารถกำเนิดความคิดสร้างสรรค์ได้มากมาย
 

             เมทาเวิร์ส มีความหมายที่กว้างมาก เปรียบเสมือนการสร้างสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมเสมือนจริงของผู้คนผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น ประชุม ทดลองเสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งไปคอนเสิร์ต เมทาเวิร์ส เป็นการรวมเทคโนโลยีจริงเสมือน (VR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง (AR) เข้าไว้ด้วยกัน อย่างไรก็ตามแนวคิดเมทาเวิร์ส ปรากฏขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1992 ในนิยายวิทยาศาสตร์เรื่อง สโน แคช โดยนักเขียนชาวอเมริกัน นิล สตีเฟ่นสัน

Facebook changes its company name to Meta

 
             3. 3 วิธีง่ายๆเข้าสู่ โลก เมทาเวิร์ส อย่างแรกคือการใส่แว่น Oculus เพื่อให้เข้าถึงโลกของ VR (Virual Reality) ผู้ใช้สามารถออกแบบอวตาร์ของตนเอง และเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงเต็มตัวได้ วิธีที่ 2 คือ แว่นที่บรรจุเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) จะทำให้คุณใช้งานได้ปานกลางผ่านแว่นเท่านั้น และวิธีสุดท้ายคือผ่าน คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ
 

Facebook changes parent company name to 'Meta'

            4. แนวคิด เมทาเวิร์ส ยังเป็นแนวคิดที่ถูกใจเหล่านักลงทุนกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบดังกล่าวยังได้รับความนิยมจากกลุ่มคนแนวหน้าด้านไอทีที่ซิลิคอน วัลเลย์ โดยที่บริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่างไมโครซอฟท์ ได้กล่าวถึงว่าเป็นการบรรจบกันระหว่างโลกดิจิทัลและโลกความเป็นจริง นอกจากนี้ยังมีแผนรวมกับเทคโนโลยี Blockchain และกระแส NFT ที่กำลังมาแรง

 

           5. มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์กทุ่มเงินกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี เมทาเวิร์ส ซึ่งน่าจะเป็นยุคต่อไปจากโทรศัพท์แน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังเป็นเทคโนโลยีที่ห่างไกลอยู่มาก หากจะให้เป็นตามแผนทั้งหมดอาจใช้เวลาอีกหลายปี ซึ่งก็ถือว่าเป็นความท้าทายในประเด็นของเทคโนโลยีป้องกันและความปลอดภัยของผู้ใช้เช่นกัน

ที่มา Mark Zuckerberg

 

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts