ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม 2564     

Spread the love

ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม 2564              

                      ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีความ

เชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของ  สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในภาคใต้ เก็บแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 420 ตัวอย่าง

 

              ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม เปรียบเทียบเดือนกรกฎาคม และคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า

 

รายการข้อคำถาม กรกฎาคม สิงหาคม คาดการณ์ใน 3 เดือนข้างหน้า
เพิ่มขึ้น/ คงที่/ ลดลง/ เพิ่มขึ้น/ คงที่/ ลดลง/ เพิ่มขึ้น/ คงที่/ ลดลง/
ดีขึ้น เท่าเดิม แย่ลง ดีขึ้น เท่าเดิม แย่ลง ดีขึ้น เท่าเดิม แย่ลง
1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม 24.20 44.70 31.10 24.10 44.40 31.50 39.60 49.80 10.60
2. รายได้จากการทำงาน 23.50 46.90 29.60 23.30 45.70 31.00 32.80 35.70 31.50
3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว 24.50 48.40 27.10 24.30 48.20 27.50 35.60 45.80 18.60
4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ 33.60 46.20 20.20 33.40 46.30 20.30 30.30 48.60 21.10
5. ความสุขในการดำเนินชีวิต 26.60 47.30 26.10 26.20 47.10 26.70 33.50 49.40 17.10
6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) 26.20 45.40 28.40 26.10 45.20 28.70 32.10 46.30 21.60
7. การออมเงิน 25.30 44.80 29.90 25.20 44.80 30.00 35.60 45.80 18.60
8. ค่าครองชีพ 32.60 44.50 22.90 32.30 44.30 23.40 36.50 50.40 13.10
9. ภาระหนี้สิน 30.40 48.50 21.10 30.60 48.10 21.30 38.60 47.50 13.90
10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 24.20 46.30 29.50 24.30 45.60 30.10 34.10 55.80 10.10
11. การแก้ปัญหายาเสพติด 28.70 49.30 22.00 28.60 48.60 22.80 35.40 48.30 16.30
12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 27.60 48.10 24.30 27.50 48.00 24.50 37.10 48.50 14.40
13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 31.20 47.10 21.70 31.10 46.70 22.20 30.10 54.60 15.30
                       

 

 

 

 ความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม 2564

รายการข้อคำถาม มิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม
1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม 41.50 41.20 41.10
2. รายได้จากการทำงาน 38.30 38.00 37.90
3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว 49.40 49.10 49.00
4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ 38.20 37.80 37.60
5. ความสุขในการดำเนินชีวิต 47.10 46.80 46.50
6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) 38.10 37.90 37.70
7. การออมเงิน 39.70 39.40 39.30
8. ค่าครองชีพ 43.80 44.00 43.80
9. ภาระหนี้สิน 48.00 48.40 48.90
10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 34.50 34.30 34.20
11. การแก้ปัญหายาเสพติด 48.30 48.40 48.20
12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 36.80 36.30 36.00
13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ 32.60 32.30 32.20
14. ความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม 40.10 39.60 39.40

                ผศ.ดร.วิวัฒน์  จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม 2564 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนสิงหาคม (39.40) ปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับและเดือนกรกฎาคม (39.60)  เดือนมิถุนายน (40.10) โดยดัชนีที่มีการปรับตัวลดลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค  รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบสำคัญมาจากสถานการณ์ของโควิด -19 ที่มีการกลายพันธุ์และแพร่ระบาดหนักในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้เกิดการล็อกดาวน์ในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม โดยพบว่าการบริโภคภาคครัวเรือนจำนวนมากกว่าครึ่งได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ โดยมีรายได้จากการจ้างงานที่ลดลง รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรส่วนใหญ่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ผนวกกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ทำให้อุปสงค์สินค้าเกษตรส่วนหนึ่งลดลง ส่งผลต่อรายได้เกษตรกรให้ขยายตัวลดลง  อีกทั้ง มาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ อาทิ โครงการคนละครึ่ง ซึ่งมีครัวเรือนบางส่วนที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ และประชาชนจำนวนมากที่ได้รับสิทธิคนละครึ่งได้ใช้สิทธิจนครบตามจำนวนเงินที่ได้รับ ทำให้การจับจ่ายใช้จ่ายในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ไม่คึกคัก ในขณะที่โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ยังไม่ตอบโจทย์กับประชาชน  ทั้งนี้ หากการช่วยเหลือและเยียวยาของภาครัฐไม่มีความต่อเนื่อง และครอบคลุมผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง ย่อมส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งในระยะข้างหน้าภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง ดังนั้นมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจที่ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบและเข้าถึงได้ง่ายจึงยังมีความจำเป็นต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงแรงงานและสำนักงานประกันสังคมก็ได้มีมาตรการเยียวยา 9 กลุ่มอาชีพในโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ม.39 และ ม.40 ให้แก่ประชาชนแรงงานผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งจะสามารถช่วยประคับประคองการดำรงชีพได้บางส่วน อย่างไรก็ตา​ม การเร่งดำเนินการเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลง ทั้งการตรวจเชิงรุก เพื่อแยกผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไปทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ไม่ให้เกิดการแพร่กระจายไปสู่คลัสเตอร์อื่น ๆ รวมถึงการจัดหาวัคซีนและเร่งฉีดให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศ อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้น

                ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศที่ยังพบจำนวนผู้ติดเชื้อสูง ทำให้จำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุมการระบาดในประเทศ ซึ่งไม่เอื้อต่อกิจกรรมการท่องเที่ยว อีกทั้ง หน่วยงานภาครัฐในหลายประเทศมีการยกระดับคำเตือนสำหรับประชาชนที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทย เช่น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC (Center for Disease Control and Prevention) จึงไม่น่าจะเป็นผลดีต่อแนวโน้มการท่องเที่ยวไทย นอกจากนี้ การท่องเที่ยวไทยยังต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากความตึงเครียดทางการเมืองในประเทศ โดยเฉพาะการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล ซึ่งมีการยกระดับและความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งหากรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์การชุมชนให้อยู่ภายใต้กฎหมาย และสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่ท่องเที่ยวที่เป็นเป้าหมายได้ การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี และจังหวัดอื่น ๆ ย่อมเป็นไปในทิศทางที่ดี ในช่วงเวลาที่เหลือของปี  อันจะทำให้สถานการณ์การท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และดีขึ้นตามลำดับในไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า ​​

                จากการสัมภาษณ์ประชาชนภาคใต้ในหลายสาขาอาชีพ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น แนวทางการแก้ไข และความคิดเห็นต่อมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐ รวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ มีดังนี้

  1. ความกังวลต่อการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด-19 ในวันที่ 1 กันยายน 2564 ว่าภาครัฐจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้หรือไม่ และหากสถานการณ์ลุกลามบานปลายจนเกิดการแพร่ระบาดหนักเป็นระลอกที่ 5 ภาครัฐจะมีมาตรการและแผนการรองรับไว้อย่างไรบ้าง
  2. ความชัดเจนของภาครัฐในการเร่งดำเนินการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้ครอบคลุมจำนวนประชากรทุกกลุ่มอายุและอาชีพ รวมถึงภาครัฐควรให้ข้อมูลอย่างละเอียดในการสื่อสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน รวมถึงรับประกันความปลอดภัยในการฉีดวัคซีนแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความกังวลต่อผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน ให้ได้รับความมั่นใจและกล้าที่จะฉีดวัคซีนมากขึ้น
  3. ควรเร่งรีบในการจัดหาชุดตรวจโควิด-19 แอนติเจนเทสต์คิตหรือ ATK ให้กับสถานพยาบาลต่าง ๆ สำหรับให้บริการตรวจโควิด-19 รวมถึงการจัดส่งให้กับประชาชนทุกครัวเรือน เพื่อให้สามารถตรวจได้ด้วยตนเองโดยคัดเลือก ATK ที่มีคุณภาพ โดยผลจากการตรวจ ATK ต้องมีความถูกต้องและแม่นยำสูง

                ผลคาดการณ์ในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และรายได้จากการทำงานจะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 39.60 และ 32.80 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นต่อรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครัวเรือน และรายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 35.60 และ 30.30 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นด้านความสุขในการดำเนินชีวิต การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 33.50, 37.10 และ 30.10 ตามลำดับ

                ปัจจัยที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ามีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันมากที่สุด คือ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ คิดเป็นร้อยละ 27.40 รองลงมา คือ ค่าครองชีพ และราคาสินค้าสูง คิดเป็นร้อยละ 25.10 และ 18.60 ตามลำดับ ขณะที่ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ารัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือเป็นอันดับแรก คือ การพักหนี้ของประชาชน รองลงมา คือ การเยียวยาประชาชนอย่างต่อเนื่อง

 การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ  และการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามลำดับ

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts