นิพนธ์ ควง เลขาฯศอ.บต. บินสำรวจสถานการณ์ไฟป่าพรุบาเจาะ ที่ จ.นราธิวาส

Spread the love

นิพนธ์ ควง เลขาฯศอ.บต. บินสำรวจสถานการณ์ไฟป่าพรุบาเจาะ ที่ จ.นราธิวาส พร้อมประชุมสั่งการเร่งดับไฟ ย้ำ ให้จนท.เฝ้าระวังสถานการณ์ฯ อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 9.00 น.วันนี้(29 พ.ค.63)​ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.2)​พร้อมด้วย พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. นั่งเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจความเสียหายไฟไหม้ป่าพรุบาเจาะ ในพื้นที่อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส

โดยไฟไหม้ป่าพรุบาเจาะ นั้น ได้เกิดสถานการณ์มาตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของนิคมสหกรณ์บาเจาะ ตำบลลุโบะบือซา อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส พื้นที่ป่าได้รับความเสียหายกว่า 2,120 ไร่

จากนั้น ในเวลา 10น. นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท. ได้ประชุมร่วมกับ นายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส, พล.ร.​ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศอ.บต. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผู้แทนโครงการชลประทานจังหวัดนราธิวาส สถานีควบคุมไฟป่า นิคมสหกรณ์บาเจาะ รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส


ในที่ประชุม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับฟังการรายงานและแก้ไขสถานการณ์ไฟป่าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้บูรณาการปฏิบัติร่วมกันเพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้ควบคุมการปฏิบัติในภาพรวม และ บริหารจัดการสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็วภายใน5-7วัน

ในส่วนของการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ รมช.มท. ได้สั่งการให้ ศูนย์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ส่งเครื่องสูบน้ำระยะไกลเพิ่มอีก 1 เครื่องจากเดิมที่ส่งไปแล้วจำนวน 2 เครื่อง และเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญ ดำเนินการทันทีตั้งแต่เกิดสถานการณ์
พร้อมทั้ง ประสานงานร่วมกับศูนย์ชลประทาน เขต17. สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 8 สงขลา และหน่วยงานอื่นๆสนับสนุน เครื่องสูบน้ำขนาดตามความเหมาะสมของพื้นที่ รถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ รถแบคโฮ เพื่อร่วมบูรณาการดับไฟป่า นอกจากนี้ ในส่วนพื้นที่ที่เข้าไปปฏิบัติงานได้ยากและมีความเสี่ยงสูง ได้มีการสั่งการให้ เฮลิคอปเตอร์ลำเลียง จากหมวดบินเฉพาะกิจภาคใต้ เข้าปฏิบัติภารกิจทิ้งน้ำดับไฟในพื้นที่อีกด้วย

สำหรับพื้นที่ป่าพรุในเขตนิคมสหกรณ์บาเจาะ มีพื้นที่ทั้งสิ้น 90,000 ไร่ โดยประมาณ และได้กันไว้เป็นป่าส่วนกลางไว้ร้อยละ 20 ของพื้นที่ โดยมีลำคลองกันเป็นแนวไว้เพื่อป้องกันชาวบ้านบุกรุกในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์


ซึ่งการเกิดสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุอยู่ในขณะนี้ สามารถการไหม้ทั้งแนวราบและแนวดิ่งที่ลงลึกถึงตะกอนที่ทับถมในพื้นที่ป่าพรุ ส่งผลให้การดับไฟในที่ป่าพรุค่อนข้างยากลำบาก และอาจต้องใช้น้ำจำนวนมากเพื่อดับไฟป่าในครั้งนี้ และสถานการณ์โดยรวมยังคงมีไฟคุกรุ่นอยู่ และอาจมีแนวโน้มลุกลามอีก ซึ่งรมช.มท. ได้สั่งการกำชับการปฏิบัติให้มีการจัดเวรยามของชาวบ้านในพื้นที่ จนท.ปภ.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหน่วยสนับสนุนเครื่องจักรเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกันและควบคุมสถานการณ์

Facebook Comments


Spread the love

Written by 

Related posts

%d bloggers like this: