ประเพณีลอยเรือของชาวเลอูรักลาโว้ย ที่ปูเลานิปิฮ หรือเกาะหลีเป๊ะ

Spread the love

       

          ชุมชนชาวเล อูรักลาโว้ย ที่ปูเลานิปิฮ หรือเกาะหลีเป๊ะ หลายครอบครัวร่วม 1,000 กว่าชีวิต ที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ มานานนับร้อยปี ประเพณีลอยเรือของชาวเลที่เก่าแก่หลายช่วงอายุคน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือน๖ทางจันทรคติ หรือราวเดือนพฤษภาคมทางสุริยคติ และช่วงเดือน11 ราวเดือนพฤศจิกายน มีจัดขึ้นทุกปี เปรียบเสมือนเป็นวันรวมญาติของพี่น้องชาวเล ที่เดินทางไปอยู่ ณ แดนไกล ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลใด ก็จะหลั่งไหลย้อนกลับมา เพื่อจะได้พบหน้ากัน จุดมุ่งหมายนั้น ก็เพื่อเข้าร่วมทำพิธีลอยเรือแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษส่งดวงวิญญาณสู่แดนสถิต“ฆูณุงญีรัย” ลอยบาปสะเดาะเคราะห์ทุกข์โศกโรคภัยให้หมดสิ้น และเพื่่อเป็นการเสี่ยงทายในการทำมาหากิน ว่าปีนี้จะมีโชคลาภ หรืออัปโชค โดยดูจากเรือที่ลอยออกไปในทะเล ถ้าเรือลอยออกไปไม่มีคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง แสดงว่าชาวเกาะยังจะโชดดี การทำมาหากินไม่ฝืดเคือง แต่ถ้าเรือล่มจมหาย และถูกคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง ก็เป็นเรื่องรางบอกเหตุ ว่าปีนั้นจะมีเพศภัยประสพโชดร้ายจากภัยธรรมชาติ

          ประเพณีพีธีลอยเรือจะจัดขึ้น 3 วันติดต่อกัน เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 14 ค่ำ ถือเป็นวันไหว้ทวดหรือโต๊ะฆีรี บรรพบุรุษที่ชาวเลนับถือ ในช่วงเช้าชาวบ้าน จะตระเตรียมทำอาหารหวานคาวต่างๆ เช่นข้าวเหนียวเหลือง ต้มขาว ขนมเทียน เป็นเครื่องเซ่นไหว้ พอตกบ่าย”โต๊ะหมอ”ประจำหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบุคลที่ชาวเลให้ความศรัทธา และแม่่นยำในพิธีการนัดแนะพร้อมกันที่ศาลโต๊ะฆีรี ซึ่งอยู่ติดชิดกันกับสุสาน ชาวเลเรียกว่า”หลาทวด” ทุกครอบครัวจะต้องนำเครื่องเซ่นไหว้พร้อมกับเทียนหนึ่งเล่ม ในพิธีนี้จะมีเครื่องเซ่นไหว้ของโต๊ะหมอประจำหมุ่บ้าน 1 ชุด ที่จะต้องทำมาเป็นพิเศษ คือจะต้องมีเครื่องสุกดิบ 1 ชุด และข้าวเจ็ดสี 1 ชุด เพื่อบวงสรวงสิ่งที่ดี และไม่ดี โดยการเชิญชวนวิญญาณของบรรพบุรุษให้มาชุมนุม ณ มณฑลพิธี เพื่อให้เกิดศิริมงคล และมารับสวนบุญกุศลจากพิธีลอยเรือ เสร็จพิธีบวงสรวงแล้ว จะมีเพลงรำมะนาประกอบจังหวะ 7  เพลง บรรดาชายหญิงก็จะร่ายรำไปรอบๆศาลา เรียกว่ารำ “ลงปง” ตามแบบฉบังชาวเลแท้เพื่อขอพร

         วันรุ่งขึ้นซึ่งตรงกับขึ้น 15 ค่ำ ผู้ชายชาวเลจะเดินทางไปตัดไม้ระกำในป่าบริเวณเกาะอาดังเพื่อมาประกอบพิธี ชาวเลอีกกลุ่มก็จะไปตัดไม้เนื้ออ่อนในบริเวณใกล้ๆกับชุมชนเพื่อมาทำกระโดงเรือ กระดูกเรือ ส่วนหัวและส่วนท้าย เมื่อได้ครบถ้วนแล้วก็ตัดแต่งไม้เสาเอกให้พร้อม ช่วงสายจัดขบวนแห่เสาเอกและชิ้นส่วนของเรือไปที่ชายหาด เตรียมปลักเสาเอกพร้อมประดับธงทิวสวยงาม มีผู้หญิงสาวกลุ่มหนึ่งราว 10 คนลงเรือหางยาวเรียกว่า เรือล่อ ไปรอรับเรือผู้ชาย ที่กลับมาจากการตัดไม้ระกำที่เกาะอาดัง แล้วแห่วนเวียนตรงหน้าเกาะ 3 รอบก่อนนำไม้เข้าฝั่ง มีการร้องรำทำเพลงกันตลอดทางอย่างสนุกสนาน วนบริเวณพิธีเสาเอก 3 รอบหลังจากนั้นจะนำไม้ไปวางไว้ในสถานที่ต่อเรือ พอถึงช่วงบ่ายพวกช่าง และสมาชิกชาวเลกลุ่มหนึ่งก็มาช่วยกันต่อเรือ อีกกลุ่มจะมาแกะสลักลาย ดอกไม้ และทำส่วนประกอบของเรือตกแต่งให้สวยงาม เรือที่จัดทำขึ้นเรียกว่า “เรือปลาจั๊ก” ในขณะเดียวกันจะร้องรำทำเพลงรองเง็งกันอย่างสนุกสนาน ในที่สุดเรือปลาจั๊กก็เสร็จเรียบร้อย

         พิธีบูชาเรือ เริ่มขึ้นตอนย่ำค่ำ หลังเรือปลาจั๊กเรียบร้อยแล้วก็ช่วยกันแบกหามเรือไปวางบริเวณชายหาด ใกล้ๆกับเสาเอกแล้วช่วยกันตกแต่งเรือ โดยมีโตีะหมอค่อยดูแลใกล้ชิด สิ่งของที่นำมาใส่ในเรือ เช่น เทียนขี้ผึ้ง ข้าวตอก เส้นผม เล็บข้าวสารน้ำจืด  เหรียญเงิน กำยาน โต๊ะหมอจะทำหน้าที่บริกรรม  โปรยข้าวตอกเพื่ออัญเชิญวิญาณบรรพบุรุษ สลับกับการร้องเพลงพร้อมรำมะนาให้จังหวะ และร่ายรำรอบเรือ

 

         ค่ำคืนจะมีการเต้นรำฉลองกันอย่างสนุกสนาน เสียงรำมะนา และทวงท่าการร่ายรำ “รองเง็ง” การแสดงคีตศิลป์แห่งอันดามัน สายตาทุกคู่ จับจ้อง มองดู ลีลาท่วงท่า ชุดแต่งกายอันงดงามของแม่ครูเพลงเหล่านั้น ซึ่งก็ไม่ต่างจากผู้คนที่มาร่วมในงานวันนี้ ล้วนแต่แต่งกายด้วยชุดพื้นบ้าน อวดโฉมกันอย่างภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของความเป็นตัวตนในวันแรม 1 ค่ำ ก่อนรุ่งสางโต๊ะหมอจะทำหน้าที่อัญเชิญวิญาณบรรพบุรุษก่อน หลังจากนั้นก็จะช่วยกันหามเรือปลาจั๊ก ไปลงเรือหางยาวที่เตรียมไว้ เรือแล่นออกจากฝั่งพอประมาณแล้วจึงปล่อยเรือปลาจั๊ะลงสู่ทะเล ห้ามทกคนเหลียวหลังไปมองเรือปลาจั๊กโดยเด็ดขาด รีบพาเรือเข้าฝั่งโดยเร็ว

        อีกพิธีกรรมหนึ่งที่มีความสำคัณเช่นกัน คือพิธีปักไม้กันผี จัดขึ้นในช่วงสายวันที่ 3 ซึ่งเริ่มจากชาวเลไปตัดไม้ในป่าแล้วนำมาทำเป็นไม้กันผี พังแหล รูปทรงคล้ายไม้กางเขน สูงพอท่วมหัว จำนวน 7 ต้น เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยจะทำการแห่ไปรอบๆหมู่บ้าน ร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ก่อนเข้ามาในบริเวณพิธี โต๊ะหมอจะทำน้ำมนต์สักดิ์สิทธิ์ ให้ทุกคนได้ดื่มกิน บ้างนำมารดศีรษะ เพื่อเป็นสิริมงคล ทั้งชายหญิงจะฉลองพิธีกรรมด้วยการร้องรำทำเพลง ระคนเสียงรำมะนา ไวโอลีน เต้นรองแง็งกันอย่างสนุกสนาน พิธีกรรมโดยอยู่บนรากฐานของความเชื่อ เมื่อลอยเรือคือจะเอาความไม่ดีต่างๆไปลอยในทะเลแล้วก็ทำไม้กันผีเพื่อไปปักไว้ทิศทั้งเจ็ดของชุมชนชาวเล ป้องกันสิ่งที่ไม่ดี ความโชคร้ายไม่ให้เข้ามายังเกาะที่ชาวเลพำนักอยู่ หลังจากโต๊ะหมอทำพิธีกรรมเสร็จสิ้นแล้ว ตัวแทนกลุ่มชาวเลจะนำเอาไม้กันผีไปปักตามที่ต่างๆรอบเกาะเป็นอันเสร็จพิธีลอยเรือที่สมบูรณ์

 

        เช้ารุ่งอโณทัย ชีวิตใหม่ออกก้าวเดิน ทิ้งไว้กับความกับความทรงจำสิ่งดีๆ ในพิธีลอยเรือชาวเล อูรักลาโว้ยที่ ปูเลานิปิฮ เรื่องราวเมื่อร้อยกว่าปี วันนี้ยังตราตรึง คิดถึงโต๊ะฆีรี คือบรรพชนคนสำคัญของชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ผู้บุกเบิกก่อตั้งถิ่นฐานให้แก่ชาวอูรักลาโว้ย ผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาทั้งมวลของบรรพบุรุษสู่คนรุ่นหลัง เป็นผู้นำที่ดำรงไว้ซึ่งความเที่ยงธรรมนำความสุขความร่มเย็นสู่ชาวเลตลอดช่วงชีวิต โต๊ะฆีรีสถิตอยู่ในใจของชาวเลเกาะหลีเป๊ะทุกลมหายใจ ผู้จากไปสถิตสู่ดินแดน”ฆูณุงญีรัย” คิดถึงพีน้องลูกหลานที่พำนักอยู่ ณ แดนไกล พิธีลอยเรือฟ้าใหม่มาพบกัน

ที่นี่สตูล มหัศจรรย์เมืองไทยต้องไปสัมผัส

Facebook Comments


Spread the love

Written by 

Related posts

%d bloggers like this: