“บรรพต มณีโรจน์” ศิษย์เก่าครุฯ มรภ.สงขลา รับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลต้นแบบทำความดี

Spread the love

บรรพต มณีโรจน์ ศิษย์เก่าครุฯ มรภ.สงขลา
รับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลต้นแบบทำความดี

 

ศิษย์เก่าครุศาสตร์ มรภ.สงขลา นายบรรพต มณีโรจน์” เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลต้นแบบทำความดี จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สังคม และ ประเทศชาติ

เมื่อเร็วๆ นี้ นายบรรพต มณีโรจน์ ศิษย์เก่าคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ปัจจุบันเป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนแจ้งวิทยา (โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา ) ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณบุคคลต้นแบบทำความดี ในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สังคม และ ประเทศชาติ ในงานมหกรรมส่งเสริมศีลธรรมและการประกวดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนด้านพระพุทธศาสนา ปีที่ 4 เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 จัดโดยสำนักงานพระสอนศีลธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

                นายบรรพต กล่าวถึงความรู้สึกต่อรางวัลที่ได้รับว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจ เนื่องจากมีผู้ได้รับการคัดเลือกจากทั่วประเทศและต่างประเทศ ซึ่งรางวัลนี้ตนไม่ได้ยื่นเอกสารใดๆ ทางคณะผู้คัดเลือกได้ส่งหนังสือเชิญเข้ารับรางวัลผ่านข้อความเฟสบุ๊ก ตนก็งงว่ารางวัลอะไรจึงได้ติดต่อตามเบอร์โทรศัพท์ในหนังสือเพื่อความมั่นใจว่าถูกต้อง ทั้งนี้ เมื่อสมัยเรียนในรั้ว มรภ.สงขลา ตนได้รับโอกาสในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จากการทำกิจกรรมที่มีคุณค่ายิ่ง ทั้งผู้นำนักศึกษา ได้รับโอกาสให้เป็นผู้นำในชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และพัฒนาคุณธรรม นักศึกษาทูตวัฒนธรรม สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.สงขลา รองนายกสโมสรนักศึกษาคณะครุศาสตร์ ประธานโครงการครูเพื่อศิษย์ คณะครุศาสตร์ พิธีกรทางพระพุทธศาสนา ผู้นำชุมชนในการทำกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย

                ศิษย์เก่าคณะครุศาสตร์ มรภ.สงขลา กล่าวอีกว่า ย้อนไปเมื่อครั้งเป็นเด็กขณะเรียนประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดประดู่หอม ต.คลองรี อ.สทิงพระ จ.สงขลา ตนเป็นเด็กหัวโต พุงโล ก้นปอด เหมือนกับคนขาดสารอาหาร และด้วยความที่เป็นเด็กตัวเล็ก จึงมักถูกเพื่อนๆ ผู้ใหญ่ล้อเลียน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นำมาบั่นทอนอนาคตของเราได้ ถึงแม้จะหัวโตพุงโลตามคำล้อเลียน แต่ต้องทำให้ตนเองมีคุณค่า และต้องมีอะไรที่พิเศษกว่าคำล้อเลียนเหล่านั้น ตนจึงเป็นผู้นำกิจกรรรมต่างๆ มาโดยตลอด ต่อมาเมื่อเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสทิงพระวิทยา มีความใฝ่ฝันอยากเป็นครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์ เพราะการที่ตนได้ดีนอกจากพ่อแม่ก็คือครูที่ช่วยชักนำพร่ำสอน ให้ทักษะวิชาความรู้เป็นอาวุธติดตัว จึงได้เข้าศึกษาในคณะครุศาสตร์ มรภ.สงขลา 

                รางวัลนี้มีความหมาย แต่ไม่ได้มีความสำคัญในการดำเนินชีวิต เปรียบเสมือนในสนามรบมีอนุสาวรีย์ตราไว้ว่ามีชัยชนะ อนุสาวรีย์ของพ่อแม่คือลูก อนุสาวรีย์ของครูคือศิษย์ อนุสาวรีย์ของชีวิตคือ  ความดี จึงถือคติในการดำเนินชีวิตว่าทุกลมหายใจต้องมีความหมาย ทุกการกระทำต้องมีคุณค่า การทำสิ่งใดพึงทำในสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่หวังผลตอบแทน แม้เราจะต้องทำคนเดียวก็ตาม และรางวัลที่น่าภูมิใจที่สุดคือ การที่เรามั่นคงในความดี เป็นผู้นำหนักแน่นในตัวตน สร้างคุณค่าให้กับสังคมและสร้างประโยชน์ต่อแผ่นดินที่ยั่งยืนนานเท่านาน นายบรรพต กล่าว

Facebook Comments


Spread the love

Written by 

Related posts

%d bloggers like this: