ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม 2569
ศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ได้ดำเนินการจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงของ สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชนในภาคใต้ เก็บแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 420 ตัวอย่าง
ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนสิงหาคม เปรียบเทียบเดือนกรกฎาคม และมิถุนายน 2569
|
รายการ |
มิถุนายน 2569 | กรกฎาคม 2569 | สิงหาคม 2569 | ||||||
| เพิ่มขึ้น/ดีขึ้น | คงที่/เท่าเดิม | ลดลง/
แย่ลง |
เพิ่มขึ้น/ดีขึ้น | คงที่/เท่าเดิม | ลดลง/
แย่ลง |
เพิ่มขึ้น/ดีขึ้น | คงที่/เท่าเดิม | ลดลง/
แย่ลง |
|
| 1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม | 26.40 | 43.20 | 30.40 | 26.20 | 42.50 | 31.30 | 26.30 | 42.20 | 31.50 |
| 2. รายได้จากการทำงาน | 27.50 | 41.60 | 30.90 | 27.40 | 41.40 | 31.20 | 27.10 | 41.50 | 31.40 |
| 3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในครอบครัว | 30.00 | 43.30 | 26.70 | 29.70 | 43.10 | 27.20 | 29.80 | 43.60 | 26.60 |
| 4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทางที่พัก อาหาร และอื่น ๆ | 27.00 | 43.10 | 29.90 | 27.20 | 42.30 | 30.50 | 27.00 | 42.10 | 30.90 |
| 5. ความสุขในการดำเนินชีวิต | 26.30 | 42.50 | 31.20 | 26.30 | 42.50 | 31.20 | 26.20 | 42.80 | 31.00 |
| 6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) | 25.60 | 41.70 | 32.70 | 25.50 | 41.30 | 33.20 | 25.60 | 41.00 | 33.40 |
| 7. การออมเงิน | 24.30 | 41.20 | 34.50 | 24.20 | 41.00 | 34.80 | 24.00 | 41.90 | 34.10 |
| 8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ | 25.40 | 39.80 | 34.80 | 25.20 | 39.10 | 35.70 | 25.10 | 38.50 | 36.40 |
| 9. การลดลงของหนี้สิน | 24.10 | 42.00 | 33.90 | 24.00 | 42.20 | 33.80 | 24.30 | 41.40 | 34.30 |
| 10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน | 25.80 | 43.40 | 30.80 | 25.80 | 43.40 | 30.80 | 25.50 | 43.30 | 31.20 |
| 11. การแก้ปัญหายาเสพติด | 23.10 | 38.20 | 38.70 | 23.10 | 38.00 | 38.90 | 23.20 | 37.70 | 39.10 |
| 12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ | 25.50 | 42.50 | 32.00 | 25.30 | 42.00 | 32.70 | 25.10 | 42.20 | 32.70 |
| 13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ | 27.50 | 39.40 | 33.10 | 27.30 | 39.20 | 33.50 | 27.20 | 39.30 | 33.50 |
ความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือนมิถุนายน กรกฎาคม และสิงหาคม 2569
| รายการ | 2569 | ||
| มิถุนายน | กรกฎาคม | สิงหาคม | |
| 1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม | 45.70 | 45.60 | 45.30* |
| 2. รายได้จากการทำงาน | 40.50 | 40.30 | 40.10* |
| 3. รายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในครอบครัว | 52.90 | 52.00 | 52.20 |
| 4. รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว เช่น การเดินทาง ที่พัก อาหาร และอื่น ๆ | 46.80 | 45.30 | 44.60* |
| 5. ความสุขในการดำเนินชีวิต | 46.20 | 45.20 | 44.90* |
| 6. ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) | 40.30 | 40.10 | 39.80* |
| 7. การออมเงิน | 38.60 | 38.40 | 38.30* |
| 8. การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ | 34.90 | 34.50 | 33.90* |
| 9. การลดลงของหนี้สิน | 40.80 | 40.60 | 40.50* |
| 10. ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน | 40.50 | 40.50 | 40.40* |
| 11. การแก้ปัญหายาเสพติด | 33.60 | 36.50 | 36.30* |
| 12. การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ | 33.70 | 33.50 | 33.40* |
| 13. การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ | 40.10 | 40.00 | 39.80* |
| 14. ความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวม | 41.10 | 40.90 | 40.70* |
* หมายถึง ดัชนีความเชื่อมั่นที่ลดลง

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนในภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนสิงหาคม (40.70) ปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม (40.90) โดยดัชนีที่มีการปรับตัวลดลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ การลดลงของหนี้สิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดน และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนที่ลดลงเกิดจากสาเหตุหลายปัจจัย แต่ที่สำคัญ คือ ผลกระทบสะสมจากราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สูงต่อเนื่องตลอดทั้งเดือนสิงหาคม ซึ่งผลกระทบแบบลูกโซ่ ทำให้ต้นทุนสินค้าและบริการเกือบทุกประเภทสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางเป็นอย่างมาก ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นมีดังนี้
- ค่าครองชีพสูง (ของแพงขึ้น) : เนื่องจากต้นทุนทุกอย่าง ทั้งค่าขนส่ง ค่าวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้นมาก ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต้องขึ้นราคาสินค้า ทั้งข้าวของเครื่องใช้ แก๊สหุงต้ม อาหารการกิน ชาวบ้านต้องจ่ายเงินมากขึ้น แต่ได้ของเท่าเดิมหรือน้อยลง
การแก้ปัญหาของรัฐบาล : ช่วยพยุงราคาโดยใช้เงินกองทุนมาอุดหนุนราคามันดีเซลและค่าก๊าซหุงต้ม ออกโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 โครงการธงฟ้าราคาประหยัด รถเร่ขายของ (รถพุ่มพวง) การตรึงราคาสินค้า ตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง เป็นต้น ซึ่งการช่วยเหลือของภาครัฐก็สามารถช่วยประชาชนได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อประชาชนไม่มีเงินจะจ่ายหรือเงินหมดก็กลับมาลำบากเช่นเดิม

- รายได้ลด หนี้สินเพิ่ม (ชักหน้าไม่ถึงหลัง) บริษัท ร้านค้าจำนวนมากแบกต้นทุนไม่ไหว ต้องลดโอที และเลิกจ้างพนักงาน ทำให้ประชาชนมีรายได้ลดลงอย่างมาก เงินออมที่เคยมีก็หมดไป ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่ายในครอบครัว ทั้งค่าน้ำมัน ค่ากินอยู่ หนี้สินจึงเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การแก้ปัญหาของรัฐบาล : ให้ธนาคารของรัฐช่วยพักหนี้แก่เกษตรกรและผู้ค้ารายย่อย และออกโครงการให้กู้เงินฉุกเฉินดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ชาวบ้านเอาไปหมุนเวียน ซึ่งช่วยได้ในช่วงแรก แต่เมื่อรายได้ยังคงลดลง ไม่มีเงินผ่อนส่งธนาคารก็จะทำให้หนี้สินพอกพูนมากขึ้น
- การท่องเที่ยวซบเซา (รายได้หาย) จากการที่ราคาน้ำมันและค่าตั๋วโดยสารแพงขึ้น อีกทั้งยังเป็นช่วงฤดูฝนทำให้นักท่องเที่ยวน้อยลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการและชาวบ้านที่พึ่งพาการท่องเที่ยวมีรายได้ลดลงอย่างมาก

การแก้ปัญหาของรัฐบาล : ให้ธนาคารปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับร้านอาหาร โฮมสเตย์ หรือบริษัททัวร์ เพื่อให้มีเงินไปหมุนเวียน จ่ายค่าเช่า และรักษาการจ้างงานลูกจ้างไว้ รวมถึงจัดงานแฟร์ งานเทศกาลของดีประจำจังหวัด เป็นต้น ซึ่งการช่วยเหลือจากภาครัฐอาจจะช่วยได้บ้าง แต่ไม่มากนัก เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยว คือ สิ่งผู้ที่ประกอบอาชีพและหารายได้จากการท่องเที่ยวต้องการที่สุด
- ความเครียดสะสม อาชญากรรมพุ่ง (สังคมมีปัญหา) ประชาชนมีความเครียดจากปัญหาปากท้อง หนี้สิน ทำให้คนไม่ค่อยมีความสุข อีกทั้ง อาชญากรรมโดยเฉพาะการลักเล็กขโมยน้อยก็เพิ่มขึ้น เพราะคนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ตลอดจนความเครียดส่งผลให้ปัญหายาเสพติดระบาดมากขึ้นตามไปด้วย
การแก้ปัญหาของรัฐบาล : เปิดสายด่วนสุขภาพจิตให้คนโทรไปปรึกษา ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านลงพื้นที่เยี่ยมเยียนพูดคุยให้กำลังใจชาวบ้าน ให้ตำรวจเพิ่มสายตรวจ ออกลาดตระเวน ตั้งด่านตรวจ เป็นต้น มาตรการดังกล่าวของภาครัฐ แม้จะช่วยประชาชนได้บ้าง แต่ก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ซึ่งปัญหาหลักของประชาชน คือ มีรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย
จากการสัมภาษณ์ประชาชนต่อความคาดหวังและความต้องการ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยประชาชนในหลากหลายอาชีพได้เสนอแนะต่อคณะรัฐบาล ดังนี้
- ประชาชนต้องการให้รัฐบาลต่ออายุโครงการช่วยเหลือค่าครองชีพ ระยะที่ 2 (ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2569) โดยอาจจะปรับเปลี่ยนเป็นโครงการ “คนละครึ่งพลัส” และให้เพิ่มวงเงินใช้จ่ายต่อวันจากเดิมไม่เกิน 200 บาท เป็น 300-400 บาทต่อวัน รวมถึงขอให้รัฐเพิ่มเงินสมทบช่วยจ่ายจากเดิม 1,000 บาท เป็น 1,500 บาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับราคาสินค้าที่แพงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ชาวบ้านมีกำลังซื้อสินค้าได้มากขึ้น และช่วยให้ร้านค้าเล็ก ๆ ในชุมชนมีเงินหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง
- เร่งแก้ปัญหาบัตรคนจน (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) อย่างเร่งด่วน โดยชาวบ้านต้องการให้รัฐบาลส่งเจ้าหน้าที่รัฐลงพื้นที่ตรวจสอบความเดือดร้อนของชาวบ้านจริง ๆ ไม่ใช่พึ่งพาแค่ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่อาจมีข้อผิดพลาด ทำให้คนจนที่เดือดร้อนจริงถูกตัดสิทธิ และขอให้ภาครัฐรีบดึงคนกลุ่มนี้กลับเข้าระบบเพื่อให้มีเงินประทังชีวิตในแต่ละเดือน
- ช่วยลดค่าน้ำมันและก๊าซหุงต้มแบบตรงจุด โดยให้ทำเป็น “คูปองส่วนลด” แจกให้เฉพาะกลุ่มที่เดือดร้อนและจำเป็นจริง ๆ เช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสองแถว พ่อค้าแม่ค้า และเกษตรกร เพื่อให้คนกลุ่มนี้ลดต้นทุนลง เพื่อจะได้ไม่ต้องไปผลักภาระจนต้องขึ้นราคาสินค้าและบริการกับชาวบ้าน
- สนับสนุนโซลาร์เซลล์ให้ชาวบ้าน โดยรัฐควรมีโครงการช่วยออกค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านให้ประชาชนและร้านค้าเล็ก ๆ เพื่อให้ผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้ารายเดือนได้ในระยะยาว
- กระตุ้นการท่องเที่ยวชุมชน โดยการจัดแคมเปญกระตุ้นให้คนไปเที่ยวชุมชน รวมถึงสนับสนุนการซื้อสินค้าและใช้บริการในชุมชน อาทิ ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก โฮมสเตย์ และกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีรายได้และเกิดการจ้างงานในชุมชน
