รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามงานตามนโยบายรัฐบาลและมอบนโยบาย

Spread the love

 

วันนี้ (10 มี.ค.64) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่มายังจังหวัดสงขลา เพื่อประชุมติดตามงานตามนโยบายรัฐบาลและมอบนโยบายในการกำกับการปฏิบัติราชการในภูมิภาค โดยมีนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสงลา และจังหวัดพัทลุง ร่วมให้การต้อนรับและร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดสงขลา
 
สำหรับการประชุมติดตามงานตามนโยบายรัฐบาลและมอบนโยบายวันนี้ มีการรายงานผลความก้าวหน้าในการดำเนินงานโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ประกอบด้วยการรายงานเกี่ยวกับงานและโครงการตามแผนงานยุทธศาสตร์จังหวัดกลุ่มจังหวัด ปีงบประมาณ พ.ศ.2564 รายงานผลการเบิกจ่ายงบประมาณ รายงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
 
 
การดำเนินการตามหลักการ “บวร” บ้าน วัด โรงเรียน ส่งเสริมคุณธรรม เพื่อสร้างคนดีสังคมดีให้คุณธรรมนำการพัฒนา การพัฒนาศักยภาพแหล่งประวัติศาสตร์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และส่งเสริมสนับสนุนศิลปินและวิถีชีวิตชุมชน การรายงานผลการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด การเร่งรัดการจัดทำแผนการจัดสรรน้ำ จัดหาแหล่งน้ำสำรอง ควบคู่กับการส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพราะปลูก มาเป็นปลูกพืชน้ำน้อยให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
 
 
การดำเนินงานเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรของจังหวัด การดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการประมงอย่างยั่งยืน และการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง นอกจากนี้ได้มีการรายงานปัญหาอุปสรรคสำคัญเฉพาะพื้นที่ของแต่ละจังหวัด ทั้งจังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า สงขลาและพัทลุงอยู่ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่ 5 นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ลงพื้นที่เพื่อมาพบปะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการของทั้งสองจังหวัด เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัด
 
โดยได้ยกประเด็นสำคัญหลายๆประเด็น เช่น การพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งถือเป็นแหล่งทรัพยากรด้านอาหาร รวมถึงเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่ง อาจจะต้องร่วมกันบูรณาการในหลายๆภาคส่วนในการฟื้นฟู เปิดให้เป็นแหล่งคมนาคมทางทะเลเพื่อการค้า และการท่องเที่ยว ซึ่งต้องเปิดการเดินเรือให้ได้
 
สำหรับการป้องกันโรคโควิด-19 ด้านจังหวัดพัทลุงนั้นคณะนี้ ปลอดโรคโควิดมาเป็นเวลา 11 เดือนแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ขณะที่ทางจังหวัดสงขลายังคงเป็นห่วงในเรื่องของการลักลอบเข้าเมืองผ่านชายแดนของจังหวัด อย่างไรก็ตามทางจังหวัดสงขลายังสามารถควบคุมได้
นอกจากนี้ได้ร่วมกันหารือปัญหาอื่นๆ เช่น เรื่องเศรษฐกิจ การทำมาหากิน การท่องเที่ยว และการเกษตร พร้อมเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลต่างๆ ไปขับเคลื่อนดำเนินการต่อไป ซึ่งจังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุงจะต้องจับมือทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนในเรื่อง ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts