เครือข่ายสื่อมวลชนเยียมชมโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

Spread the love

เครือข่ายสื่อมวลชนเยียมชมโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

นายมนูญ ศิริวรรณ (ที่ 2 จากขวา) ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน และประธานเครือข่ายสื่อมวลชนไทยใส่ใจทางเลือกใหม่พลังงานไฟฟ้า ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการตามมาตรา 97(5) ประจำปีงบประมาณ 2562 พร้อมด้วยนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิ เอ็กซ์ โซลูชั่นส์ จำกัด ในฐานะผู้บริหารโครงการสร้างเครือข่ายสื่อมวลชนไทยใส่ใจทางเลือกใหม่พลังงานไฟฟ้า นางอานิก อัมระนันทน์ (ขวา) แกนนำกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน และคณะสื่อมวลชน เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า ณ โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม ขนาดกำลังการผลิต 7 เมกะวัตต์ โดยมีนายศุภวัฒน์ คุณวรวินิจ (กลาง) กรรมการ บริษัท รีคัพเวอรี่ เฮ้าส์ จำกัด และนายศราวุธ เจตินัย (ซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายเดินระบบ ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป ณ โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะอุตสาหกรรม บริษัท รีคัพเวอรี่ เฮ้าส์ จำกัด นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน  2563 กลุ่มเครือข่ายสื่อมวลชนไทยใส่ใจทางเลือกใหม่พลังงานไฟฟ้า นำโดยนายมนูญ  ศิริวรรณ ประธานเครือขายฯ เข้าเยี่ยมชมกิจการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม บริษัท รีคัฟเวอรี่ เฮ้าส์ จำกัดหรือRH นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


นายศุภวัฒน์ คุณวรวินิจ กรรมการบริหาร บริษัท รีคัฟเวอรี่ เฮ้าส์ จำกัดหรือRH ได้กล่าวถึงโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมแห่งนี้ว่า โรงไฟฟ้าRH แห่งนี้ใช้วัตถุดิบทำเชื้อเพลิงจากขยะอุตสาหกรรม อันที่จริงยังไม่ถึงขั้นเป็นขยะ เป็นเพียงเศษวัสดุดิบที่เหลือจากการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า เช่น เศษกระดาษ ไม้ ผ้า ยาง หนังและพลาสติก ซึ่งไม่ใช่ขยะพิษแต่อย่างไร แต่ด้วยความเชื่อคิดว่าถ้าขยะจากโรงงานอุตสาหกรรมจะเป็นขยะพิษขบวนการผลิตเชื้อเพลิงของบริษัท ใช้กระบวนผลิต RDF กล่าวคือ คัดเลือกขยะหรือเศษวัตถุดิบที่ไม่ใช้แล้วและเผาไหม้ได้ นำมาคัดหรือแยกขนาด แล้วตัดให้ละเอียด ก่อนอัดก้อน นี่คือขบวนการผลิตRDF ซึ่งควบคุมความชื้นไม่เกิน 20% จึงง่ายต่อการเผาไหม้

 

ในส่วนของเทคโนโลยีผลิตกระแสไฟฟ้า เราใช้ระบบความร้อนด้วยการเผาไหม้แบบตะกรับเคลื่อนที่หรือ Step Grate ซึ่งจะให้ความร้อน 850-900 องศาC ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ เราเติมออกซิเจนเข้าไป 3% ช่วยขจัดสารประกอบไอออกซิน โดยความร้อนนั้นจะไปต้มน้ำให้เดือดเป็นไอมีแรงอัดเพื่อไปปั่นมอเตอร์กำเนิดไฟฟ้า กลายเป็นกระแสไฟฟ้า ก่อนส่งขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหรือกฟภ.และไว้ใช้เอง


นายศุภวัฒน์ กล่าวถึงขบวนการผลิตที่อาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมว่า ขบวนการผลิตของบริษัทฯมีการควบคุมทุกขั้นตอน โดยเฉพาะเผาไหม้ที่ใช้อุณหภูมิสูงทำให้เกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ไม่มีควัน ขณะเดียวกันบริษัทยังใช้ระบบเทคโนโลยีบำบัดมลพิษทางอากาศไว้ทุกขั้นตอนและมีการติดตั้งระบบCEMs เพื่อตรวจวัดปริมาณมลพิษทางอากาศเปิดตลอดเวลา ซึ่งมีอยู่ 2 จุดคือ บริเวณหน้าโรงไฟฟ้าและที่สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมนครหลวง จึงกล้ายืนยันได้ว่า ขบวนการผลิตดังกล่าวทำให้มีมลพิษทางอากาศน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย แม้แต่ PM 2.5 ตรวจวัดไม่พบเลย


นอกจากนี้ น้ำที่ใช้สำหรับต้มปั่นมอเตอร์นั้น เป็นน้ำประปาอย่างดี โดยมีขบวนการหลังผ่านการปั่นมอเตอร์กำเนิดไฟฟ้าแล้ว ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ 40% จะถูกนำเข้าสู่ระบบหล่อเย็นกำจัดออกซิเจนหรือควบแน่น ให้เป็นน้ำก่อนหมุนเวียนเพื่อนำไปใช้ใหม่ต่อไป ส่วนเถ้าจากการเผาไหม้ ทางบริษัทฯ ก็จะนำไปกำจัดตามที่กฎหมายกำหนด
สำหรับโรงไฟฟ้าให้แห่งนี้ใช้วัตถุดิบเชื้อเพลิงต่อวันประมาณ 150 ตัน มีการเดินเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง ในหนึ่งปีหยุดเพียง 3 ครั้งเพื่อซ่อมบำรุงอุปกรณ์ โรงงานแห่งนี้มีกำลังผลิตไฟฟ้าได้ 7 เมกกะวัต แบ่งขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 5.5 เมกกะวัตที่เหลือไว้ใช้เอง


ส่วนประโยชน์ที่ชุมชนได้รับจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้ นอกจากการจ้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเจริญให้กับคนในพื้นที่กว่า 80%แล้ว ยังเสียภาษีบำรงพื้นที่ โดยเฉพาะภาษีโรงเรือนให้กับท้องถิ่นได้พัฒนาพื้นที่ของตนเอง และที่สำคัญยังมีกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโดยทางบริษัทฯบริจาคให้ปีละ 600,000บาท ถือเป็นการคืนกำไรให้กับพื้นที่ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับประชาชน นักเรียน นักศึกษา โดยมีผู้เดินทางมาดูงานปีละประมาณ 5,000 คน
ปัจจุบันบริษัทฯมีโรงไฟฟ้าอยู่ในเครือ 3 แห่งคือ โรงไฟฟ้าแห่งนี้คือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าที่จังหวัดสระบุรี และโรงไฟฟ้าที่จังหวัดพิจิตร สำหรับเป้าหมายต่อไป เรากำลังมองไว้ที่จังหวัดสระแก้ว และอีกหลายจังหวัดเบื้องต้น

 

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts