ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ติดตามสถานการณ์ไฟป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อย่างต่อเนื่อง

Spread the love

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ติดตามสถานการณ์ไฟป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อย่างต่อเนื่อง แม้ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง พร้อมทั้งกับชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สร้างการรับรู้เรื่องหมอกควันและแจกจ่ายหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันสุขภาพอย่างทั่วถึง

วันนี้ (23 ก.ย. 62) ที่ห้องประชุม Conference ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประชุมติดตามสถานการณ์หมอกควันจากเหตุไฟไหม้ป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ที่พัดเข้าปกคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปริมาณฝุ่นละอองจะมีแนวโน้มลดลงและคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง แต่ยังต้องเฝ้าระวังเป็นระยะ โดยมีนายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายมาหะมะพีสกรี วาแม ผอ.ศูนย์ ปภ.เขต 12 สงขลา  นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา นายแพทย์อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา นายอำเภอและเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการดำเนินงานในห้วงที่ผ่านมา จังหวัดสงขลาได้จัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ปี 2561-2562 และกำหนดให้มีการประชุมติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาหมอกควันทุก 3 วัน นอกจากนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพการเจ็บป่วยของประชาชนใน 4 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ ตาอักเสบและผิวหนังโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยหลอดลม ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กและสตรีมีครรภ์ รวมทั้งการแจกจ่ายหน้ากากอนามัย จำนวน 120,000 ชิ้น และหน่วยงานส่วนท้องถิ่นแจกจ่ายหน้ากากอนามัย จำนวน 149,164 ชิ้น

ในส่วนของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ติดตั้งจุดวัดค่าอากาศในเทศบาลนครหาดใหญ่ จำนวน 4 จุดและเพิ่มเติมที่อำเภอสะเดาอีก 1 จุด สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 ได้ดำเนินการจัดทำรายงานสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2552 เป็นต้นมา พร้อมทั้งจัดทำหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์หมอกควันจำนวน 4 ฉบับไปอย่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเผยแพร่ข้อมูลต่อสื่อมวลชนต่างๆ

สำหรับแนวโน้มในช่วงระหว่างวันที่ 23- 26 กันยายน 2562 คาดว่ามวลอากาศจะเย็นลง ทำให้ทางภาคใต้ลมแรงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณฝุ่นจากประเทศอินโดนีเซียจะพัดเข้ามาและอาจมีฝนตกบ้างเล็กน้อย แต่ค่าฝุ่นยังมีค่าขึ้น-ลง จึงต้องมีการเฝ้าระวังสภาวะอากาศจนถึงกลางเดือนตุลาคมที่อาจจะมีฝนมากขึ้น   ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว//ภาพ   สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.สงขลา

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts