อบจ.สงขลานำคณะกรรมการหมู่บ้านชุมชน ศึกษาดูงานเรียนรู้วิถีชีวิตและเศรษฐกิจพอเพียง

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้าน และผู้นำชุมชน  อำเภอหาดใหญ่  จังหวัดสงขลา  ได้เดินทางเข้าร่วมโครงการศึกษาอบรมกลุ่มอาชีพต่างๆ ประจำปีงบประมาณ 2562  (กิจกรรมพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้านและผู้นำชุมชน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง)   ระหว่างวันที่ 17-23 สิงหาคม  2562  ณ จังหวัดกรุงเทพฯ  สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี  โดยวันที่ 20 สิงหาคม 2562  คณะองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นำโดยคุณนิยม พรรณราย (สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา) ได้พาคณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชนอำเภอหาดใหญ่ เข้ามาเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีต พร้อมนั่งรถชมแปลงอนุบาลกล้าแผ่น ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย(นาเฮียใช้) ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี  และศูนย์การเรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองทรายขาว ต.หนองทรายขาว จ.กาญจนบุรี

          นาเฮียใช้ หรือศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่รวบรวม เรื่องราวที่น่าสนใจและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ในวิถีของเกษตรกรที่ทรงคุณค่าให้ได้ศึกษาและเรียนรู้ สร้างขึ้นจากความจงรักภักดีและ สำนึกในคุณงามความดีของในหลวง พระมหากษัตริย์ที่ทรงงานอย่างหนักเพื่อประชาชนคนไทย          ก่อตั้งโดยคุณนิทัศน์  เจริญธรรมรักษา  ที่มีอาชีพเกี่ยวข้องกับชาวนาและข้าวใช้ชีวิตภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อผลิต เมล็ดพันธุ์ข้าว คุณภาพดี ให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร พร้อมเล็งเห็นความสำคัญของการให้ความรู้และการทำนาอย่างถูกวิธี ซึ่งจะมี ประโยชน์แก่ส่วนรวมและสมาชิกของสมาคม ที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ให้บุคคลทั่วไปที่เห็นความสำคัญของข้าวและชาวนา อีกทั้งยัง เป็นสถานที่ศึกษาเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวให้ผู้สนใจได้เข้าชม ซึ่งแต่ละโซนจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอย ให้คำแนะนำและความรู้ เกี่ยวกับโซนต่าง ๆ อีกด้วย  ไฮไลท์ในการเข้าชมภายในศูนย์เรียนรู้คือการชมแปลงนาสวย ที่ปลูกให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ หรือการปลูกข้าวสีเขียวสลับกับต้นข้าวสีดำด้วยการแปลงเป็นอักษรรูปร่างต่าง ๆ 

 

จุดเริ่มต้น และที่มาก่อนจะเป็น ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย 
จากจีนแผ่นดินใหญ่  บิดาและมารดาของ คุณพิชัย เจริญธรรมรักษา (เฮียใช้ ) หนีความแห้งแล้งเข้ามาตั้งรกรากที่ตำบลสวนแตง และย้ายมาอยู่ที่ อู่ยาในเวลาต่อมา มารดาประกอบอาชีพ หาบของแลกข้าวเปลือก ขายข้าวแกง ร้านกาแฟ และร้านขายของชำ ตามลำดับ เมื่อเฮียใช้เติบโตขึ้น ได้เข้ามาช่วยครอบครัวในการรับซื้อข้าวเปลือก ในปี พ.ศ. 2540 ครอบครัวได้ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ จากรับซื้อข้าวเปลือกมาเป็นการรวบรวมเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อการค้าโดยมีลูกๆคอยช่วยดูแล ภายใต้เครื่องหมายการค้า 
“เฮียใช้เมล็ดพันธุ์ข้าว”

นายนิทัศน์ เจริญธรรมรักษา บุตรชาย ของเฮียใช้ หลังจากจบมัธยมศึกษาตอนปลายได้ออกมาช่วยบิดาประกอบอาชีพรับซื้อข้าวเปลือกในปี พ.ศ.2534 ต่อมาได้ค้นพบว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับอาชีพนี้จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพ จากซื้อข้าวเปลือกมาเป็นการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ในปี พ.ศ. 2540 โดยเริ่มทำจากจุดเล็กๆ เรียนรู้ลองผิดลองถูกค้นหาเกษตรกรที่มีความขยันซื่อสัตย์ พัฒนาระบบเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อที่จะนำมาซึ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีความบริสุทธิ์สูง ได้มีความคิดริเริ่มก่อตั้งศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทยขึ้น เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับผู้ที่มีความสนใจศึกษาหาความรู้เรื่องข้าว และวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีต เพื่อเป็นการตอบแทนชาวนาผู้มีพระคุณ และแผ่นดินเกิด

สถานที่น่าสนใจภายในศูนย์เรียนรู้วิถีชิวิตและจิตวิญาณชาวนาไทย

เรือนศูนย์รวมดวงใจไทยทั้งชาติ เรือนแห่งคุณค่าจากความตั้งใจในการแสดงความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงของแผ่นดิน เรือนหลังนี้ได้สร้างสรรค์รูปแบบที่มีความโดดเด่นงดงามเป็นพิเศษ ภายในมีการจัดแสดงพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครั้งเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ พระบรมฉายาลักษณ์ในพระราชกรณียกิจต่างๆ จัดแสดงพระบรมรูป และพระบรม 
สาทิสลักษณ์ราชวงศ์จักรี ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 9 และนอกจากนั้น ยังมีรูปบุคคลสำคัญๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการพัฒนาวงการข้าวไทย การสร้างศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย ทั้งข้าราชการและประชาชนซึ่งเป็นบุคคลสำคัญยิ่งเรือนหลังนี้ คือเรือนแห่งคุณค่าทางจิตใจ

แปลงนาสาธิต การสาธิตชนิดพันธุ์ข้าวนาปรังทุกชนิดที่นิยมปลูกในปัจจุบัน สาธิตการอนุรักษ์การพัฒนาพันธุ์ข้าว เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เยี่ยมชม และชาวนาได้มีความรู้ในการเลือกพันธุ์ข้าวได้อย่างเหมาะสม โดยแปลงนาสาธิตนี้จะทำการปักดำทุกวันที่ 1 ของเดือน ด้วยกล้าเพียงต้นเดียว ต่อ 1 กอ เพื่อให้เห็นความสามารถในการแตกกอของต้นข้าว และ 
ให้ชาวนาได้ศึกษาในทุกระยะการเติบโตของข้าว

เรือนวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีต การก่อสร้างเรือนไทยด้วยความประณีตวิจิตรบรรจง การออกแบบที่คงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ด้วยรูปทรงประกอบด้วยเรือนไทย 3 หลัง คือ เรือนไทยหลังใหญ่ เรือนลูกซ้าย เรือนลูกขวา และครัวไฟ อันเป็นสถานที่ประกอบอาหารในอดีต เรือนวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีต เป็นเรือนไทยยกพื้นสูง ใต้ถุนเป็นสถานที่จัดแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้ในอดีต เช่น อุปกรณ์หีบอ้อย ซึ่งรวบรวมไว้หลายแบบ แสดงถึงภูมิปัญญาไทยในการออกแบบ

เรือนพระแม่โพสพ องค์พระแม่โพสพทำมาจากไม้สักผ่านฝีมือการแกะสลักอย่างประณีตงดงาม เป็นองค์พระแม่โพสพประคองรวงข้าวอันเป็นการสื่อความหมายถึงการทะนุถนอมประดุจ แม่ประคองลูกอย่างอบอุ่น ภายในเรือนยังมีรูปหล่อพระแม่โพสพในยุคต่างๆตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พระแม่โพสพ ที่หล่อในปี 2500 โดยได้จัดพิธีพุทธาภิเษกที่ท้องสนามหลวง โดยเรียกองค์พระแม่โพสพในยุคนี้ว่า “รุ่น 25 ศตวรรษ” จัดแสดงพระแม่โพสพและพิธีกรรมต่างๆ ครั้งในอดีตในช่วงการทำนา เพื่อให้ชาวนาและ คนรุ่นหลังเข้าใจในวัฒนธรรมที่ได้สืบต่อกันมา และอนุรักษ์มิให้สูญหา

ยุ้งเก็บข้าว ที่จำลองแบบจากอดีตอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ได้มีการจัดแสดงอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เช่น เครื่องมือในการทำนา เครื่องมือในการดักจับปลา และเครื่องมือ ในการทำงานไม้ รวมทั้งคอกควายซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญอีก ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวนาไทยแต่ดั้งเดิม

เรือนหนังสือพระราชกรณียกิจและเรือนหนังสือข้าว ก่อสร้างเป็นเรือนไทยทรงปั้นหยา จำลองรูปแบบให้เหมือนโรงเรียนในสมัยอดีต ภายในเรือนเก็บรวบรวมหนังสือพระราชกรณีย 
กิจตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนังสือข้าว และองค์ความรู้ต่างๆ ที่สามารถค้นคว้าได้จากแหล่งเรียนรู้แห่งนี้

หอเตือนภัยชาวนา ก่อสร้างเป็นหอคอยสูง 3 ชั้น ความสูง 14.5 เมตร ก่อสร้างด้วยไม้ เนื้อแข็ง ออกแบบด้วยความประณีตเป็นเอกลักษณ์ มีความมั่นคงแข็งแรง สามารถรับน้ำหนักผู้เข้าชมจำนวนมากได้อย่างปลอดภัย และยังเป็นจุดชมทัศนียภาพที่สวยงามจุดหนึ่ง ผู้เข้าชม สามารถมองทัศนียภาพรอบๆได้อย่างงดงาม

ร้านโชห่วย หรือร้านขายของในอดีต เป็นการจำลองรูปแบบของร้านค้าในอดีตซึ่งได้เก็บรวบรวมส่วนประกอบต่างๆของร้านค้าในอดีต ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางสินค้า โต๊ะและ เก้าอี้ รวมทั้งสินค้าที่เคยจำหน่าย ในครั้งอดีตซึ่งใช้ในชีวิตประจำวัน เช่นลอตเตอรี่เก่าสมัยก่อน

ศูนย์จำหน่ายอาหารและของฝาก นอกจากจะเดินทางมาท่องเที่ยวเชิงศึกษาเรื่องข้าว และวิถีชีวิตชาวนาไทยในอดีตแล้ว ยังสามารถเลือกซื้อของฝากติดไม้ติดมือ กลับบ้านกันได้อีกด้วย โดยสินค้าหลักเป็นข้าวเพื่อสุขภาพหลายชนิดพันธุ์ ที่เป็นที่นิยมของแต่ละภูมิภาค เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวเหลืองอ่อน ข้าวเหนียวลืมผัว 
และข้าวนาปรังที่มีลักษณะอ่อนนุ่ม ในรูปแบบของข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ และข้าวขาว บรรจุอยู่ในแพ็คสูญญากาศเพื่อสะดวกในการเก็บรักษาได้นานโดยไม่เสื่อมสภาพ นอกจากนั้นยังมีผักต่างๆที่ปลูกในโรงเรือนปลอดสารเคมี เสื้อที่ระลึกของศูนย์เรียนรู้ฯ

150/2 หมู่ 8 ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000
โทร : 
092-6261515 FAX : 035-446954    เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.  ผู้ที่สนใจเยี่ยมชมทั่วไป ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
สนใจติดต่อดูงานเป็นหมุ่คณะ : 
092-6261515         E-mail : H.chai_riceseed@hotmail.com   http://www.herechai.com

 

   ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองทรายขาว ตั้งอยู่บนถนนสายพนมทวน-กําแพงแสน ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงที่ เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เข้ามาศึกษาดูงาน  ด้านการเกษตรและกิจกรรมที่ทําขึ้นภายในชุมชน โดยมีวิทยากรที่คอยให้ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ในการทําการเกษตรและ กิจกรรมต่างๆให้กับผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงานและนําไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม พร้อมทั้งน้อมนํา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปฏิบัติควบคู่กันไป เพื่อชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในเรื่องรายได้ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ของเกษตรกรไทย

        โอกาสนี้เราจะพาทุกท่านไปทําความรู้จักกับเกษตรกรท่านหนึ่ง ซึ่งเกษตรกรท่านนี้เคย เข้าร่วมประกวดรางวัลเกษตรกรสํานึกรักบ้านเกิด ปี 2551 โดยโครงการทําดีทุกวันจากดีแทค และมูลนิธิสํานึกรักบ้านเกิด คุณแรม เชียงกา ประธานศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนอง สาหร่าย อําเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งปัจจุบันตําแหน่งเลขานายกองค์การบริหารส่วน ตําบลหนองสาหร่ายควบคู่ไปด้วย คุณแรม เชียงกา เล่าให้ฟังว่า ตนนั้นประกอบอาชีพ เกษตรกรรม มีการทํานา ทําไร่ และทําฟาร์มโคนม มีประสบการณ์ในการฝึกอบรมและดูงานที่ต่าง ประเทศหลายประเทศ ทั้งด้านการเกษตร ด้านการเมืองการปกครองระดับท้องถิ่น เป็น อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้านหรือ อสม.

                                                      

        ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนองทรายขาว เป์นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอ เพียงประจําตําบล ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเข้ามาศึกษาดูงาน เรียนรู้ และปฏิบัติจริงและ นําไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อการรวมตัวของเกษตรกร ที่ประกอบ อาชีพเดียวกันคืออาชีพเกษตรกรรม รวมทั้งรวมกลุ่มในการต่อรองทางด้านการตลาด เข้าถึง แหล่งเงินทุนและเพิ่มมูลค่าของผลผลิต เพื่อให้เกิดประโยชนน์สูงสุดต่อสมาชิก โดยศูนย์แห่งนี้ก่อตั้งเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2545 โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ที่สําคัญหลักๆได้แก่ สํานักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี สํานักงานเกษตรอําเภอพนมทวน สํานักงานปศุสัตว์จังหวัด กาญจนบุรี องค์การบริหารส่วนตําบลหนองสาหร่าย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร และภาคเอกชน ได้ร่วมกันสนับสนุนกิจกรรมของศูนย์แห่งนี้เป็นอย่างดี

         ในพื้นที่ ตําบลหนองทรายขาว มีทั้งหมด 9 หมู่บ้าน ในแต่ละหมู่บ้านนั้นจะมีการบริหารจัดการและกิจกรรม ที่เกิดขึ้นในแต่ละหมู่บ้านกิจกรรมการเลี้ยงโคนมมาตรฐานฟาร์ม ภายใน หมู่บ้านหนองทรายขาว กิจกรรม

หมู่ที่ 1 มีโรงงานปุ๋ยชุมชน เป็นโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ขนาดเล็กโดยใช้วัตถุดิบ ที่มีในชุมชนเป็นหลักมาใช้วัตถุดิบในการผลิต เช่น มูลโค กระบือ ซากพืช ปุ๋ยที่ผลิตได้จะ จําหน่ายให้กับสมาชิกในหมู่บ้านในราคาที่ถูก ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะครับว่า ต้นทุนการผลิต ที่นี่จะสูง แม้ว่าจะมีบางบ้านใช่เคมีควบคู่ไปกับปุ๋ยอินทรีย์บ้าง แต่ต้นทุนก็ยังถือว่าตํ่าอยู่ดีครับ

หมู่ที่ 2 ผลิตนํ้าดื่ม ไว้จําหน่ายให้กับสมาชิกในหมู่บ้าน มีตรายี่ห้อเป็นของตนเอง รับรองนํ้าดื่ม ยี่ห้ออื่นตีตลาดในชุมชนนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน

หมู่ที่ 3 กิจกรรมธนาคารขยะ เป็นกิจกรรมที่ให้ชาว บ้านในพื้นที่ทั้ง 9 หมู่ นําขยะมาจําหน่ายให้กับทางธนาคารขยะชุมชน นํามาขายและสามารถรับ เงินกลับไปได้ทันทีเลยครับ

หมู่ที่ 4 ธนาคารชุมชน เป็นการส่งเสริมให้คนในชุมชนรู้จักการออม ซึ่งในขณะนี้ธนาคารชุมชนแห่งนี้มีเงินหมุนเวียนหลายแสนบาท

หมู่ที่ 5 ทํานํ้ายาเอนกประสงค์ เช่น นํ้ายาสระผม นํ้ายาล้างจาน ซึ่งเป็นสิ่งจําเป็นขั้นพื้นฐานที่ใช้ในการดํารงชีวิต

หมู่ที่ 6 เป็น ศูนย์เรียนรู้และแหล่งข้อมูลทางด้านการเกษตรของชุมชน

หมู่ที่ 7 เป็นศูนย์หมอดิน ให้คําปรึกษา เรื่องของดิน โดยมีหมอดินประจําอยู่ที่ศูนย์ เป็นฐานการเรียนรู้เรื่องการทําปุ๋ยหมัก ศูนย์ทดลอง ทําและทดลองใช้นํ้าหมักต่างๆ รวมทั้งมีเตาสําหรับใช้ทํานํ้าส้มควันไม้อีกด้วยครับ

หมู่ที่ 8 ทํา ขนมสินค้าโอทอป ชุมชน เช่นขนมทองม้วน 

หมู่ที่ 9 ทํากระเป๋า ไม้กวาดดอกหญ้า รวมทั้งเครื่องจักสานต่างๆสินค้า

         สําหรับรางวัลและความภาคภูมิใจที่ได้รับของ คุณแรม เชียงกา มีหลากหลายรางวัลด้วย กัน แต่เราขอยกตัวอย่างรางวัลที่คุณแรมถือว่า เป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจของวงศ์ ตระกูล รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นดิเรก คุณาภรณ์จากสํานักเลขาธิการคณะ รัฐมนตรี รางวัลอาสาสมัครดีเด่น (อพม.)จากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปีพ.ศ.2545 รางวัลสาธารณสุขดีเด่น (อสม.)จากกระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ.2545 และนอกจาก นั้นยังได้ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดเพื่อชิงรางวัลเกษตรกรสํานึกรักบ้านเกิด ปี พ.ศ.2551 โดย โครงการทําดีทุกวันจากดีแทค และมูลนิธิสํานึกรักบ้านเกิดอีกด้วย กิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้ง 9 หมู่บ้านนี้ คงจะเป็นเครื่องการันตีว่าชุมชนบ้านหนองทรายขาวแห่ง นี้ มีความสมัครสมานสามัคคีและร่วมไม้ร่วมมือกันอย่างดีเลยที่เดียวครับ ดังนั้นเราคิดว่าความ ยากจนไม่มีกินคงจะไม่เกิดกับชุมชนแห่งนี้อย่างแน่นอน เพราะตลอดสองข้างทางในชุมชนเต็มไป ด้วยพื้นที่สีเขียวจากการทําการเกษตรของพี่น้องเกษตรกร นํ้าท่าอุดมสมบูรณ์ สมกับเป็นหมู่บ้าน แผ่นดินธรรม แผ่นดินทองอย่างแท้จริง

สําหรับท่านใดที่สนใจต้องการเข้ามาศึกษาดูงานหรือ อบรมเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณแรม เชียงกา ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอ เพียงบ้านหนองทรายขาว เลขที่ 4 หมู่ที่ 6 ตําบลหนองสาหร่าย อําเภอพนมทวน จังหวัด กาญจนบุรีหรือ โทร.034-506355   , 089-8307688 ได้ทุกวันครับ

 

 

 

Facebook Comments

Written by 

Related posts

%d bloggers like this: