รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางเยี่ยมการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านตามแนวประชารัฐจังหวัดสงขลา

รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน และโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ณ สถานีบริการน้ำมันประชารัฐตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เช้าวันนี้ (8 ส.ค. 61) ที่บริเวณสถานีบริการน้ำมันประชารัฐ  ตำบลท่าข้าม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้าน และโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ  โดยมีนายวีรนันทน์  เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับโดยพร้อมเพรียงกัน

 


นายสุวพันธุ์  ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2544 ถึงปัจจุบัน เป็นปีที่ 17 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ลดรายจ่ายบรรเทาเหตุฉุกเฉิน และความจำเป็นเร่งด่วน บรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของหมู่บ้าน และชุมชนเมือง เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนในระดับฐานรากของประเทศ โดยให้หมู่บ้านชุมชนเป็นผู้กำหนดอนาคต จัดการหมู่บ้าน และชุมชนด้วยคุณค่าและภูมิปัญญาของตนเอง เปิดโอกาสให้หมู่บ้าน และชุมชนเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ระหว่างชุมชน ภาคราชการ และประชาสังคม รวมถึงการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เป็นการพัฒนาประชาธิปไตยพื้นฐานในหมู่บ้าน และชุมชน เพื่อให้มีขีดความสามารถในการบริหารการจัดการคน เงินทุน และทรัพยากรต่าง ๆ ด้วยตนเอง จึงเป็นเสมือนเครื่องมือในการพัฒนาคน เป็นการเสริมสร้างการเชื่อมโยงกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างชุมชน ภาคราชการ ภาคเอกชน และประชาสังคม นำสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้านและชุมชนให้ยั่งยืน 


สำหรับโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ เป็นนโยบายที่รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ เพื่อเพิ่มปริมาณการลงทุนในระดับชุมชนผ่านกองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง กองทุนละไม่เกิน 500,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 35,000 ล้านบาท โดยการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้าน และชุมชน เพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ กองทุนละไม่เกิน 200,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 15,000 ล้านบาท และโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 20,000 ล้านบาท นำไปดำเนินการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่ชุมชนเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมศักยภาพการประกอบอาชีพ และความเป็นอยู่ของชุมชนให้ดีขึ้น ที่สำคัญก่อให้เกิดรายได้ ทั้งรายได้ ของประชาชนในชุมชน และผลกำไรที่กลับเข้าสู่บัญชีกองทุนประชารัฐ เพื่อหมุนเวียนลงทุน ทำให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง

ภายใต้นโยบายนี้ จึงพิสูจน์ให้เห็นว่ากองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมือง มีศักยภาพในการบริหารจัดการเงินทุน ที่นอกเหนือจากเงินทุนหมุนเวียนของกองทุน
นายประภาส อินทรัตน์ ประธานกรรมการบริหารสถานีน้ำมันประชารัฐตำบลท่าข้าม กล่าวว่า สถานีบริการน้ำมันประชารัฐตำบลท่าข้ามแห่งนี้ ได้จัดตั้งขึ้นโดยงบประมาณจากโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ (กองทุนละ 500,000บาท) โครงการพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนเพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ (กองทุนละ 200,000 บาท และโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืนโดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ (กองทุนละ 300,000 บาท) โดยมีกองทุนหมู่บ้านในตำบลท่าข้ามร่วมดำเนินการจัดตั้งด้วย ทั้งนี้โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างและเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้งสิ้น 5,700,000 บาท(ห้าล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน) เปิดให้บริการจำหน่ายน้ำมัน เพื่อทดลองระบบต่าง ๆ ภายในสถานีบริการน้ำมันฯ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 ปัจจุบันมียอดกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 130,644.59 บาท.

 

สำหรับภาคบ่ายคณะรัฐมนตรีฯและคณะ ได้เดินทางไปยังฟาร์มเกษตรประชารัฐ ฯ บ้านท่าโพธิ์ตก ม.3 ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อร่วมพูดคุยพบปะคณะกรรมการและสมาชิกของกองทุนหมู่บ้าน ก่อนเดินทางกลับกทม.

 

Facebook Comments

Related posts

%d bloggers like this: